Pacific Money

ส่งเงินบาทไทย เกมส์ ฟาร์ม ได้ เงิน จริง: China Powers “Two World” Economy

บา คา ร่า เล่น เว็บ ไหน ดี, น.ส.ผ่องพรรณ เจียรวิริยะพันธ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เผยเดือน ม.ค.59 มีผู้ยื่นจดทะเบียนเลิกกิจการจำนวน 1,469 ราย เพิ่มขึ้น 6% เทียบกับเดือน ม.ค.58 หลังรัฐบาลมีมาตรการคุมเข้มธุรกิจค้าสลากกินแบ่งรัฐบาล ทำให้มีธุรกิจค้าสลากฯ จดทะเบียนเลิก 258 ราย คิดเป็น 18% ของธุรกิจที่จดทะเบียนเลิกทั้งหมด ส่วนธุรกิจที่จดทะเบียนเลิกรองลงมาคือ ธุรกิจก่อสร้าง 119 ราย และอสังหาริมทรัพย์ 57 ราย ขณะที่มีการยื่นจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนบริษัททั่วประเทศ 5,749 ราย ลดลง 4% เทียบกับเดือน ม.ค.58โดยกำลังการผลิตที่เต็มศักยภาพทำให้ใน ไตรมาส3 มีรายได้จากส่วนนี้เข้ามาชดเชยงานโรงพิมพ์ ขณะที่ ไตรมาส4 คาดว่างาน โรงพิมพ์จะเข้าเยอะ เพราะเป็น high season จุดเด่นมากๆ ในปี 59 คือโรงไฟฟ้าจากบริษัทลูกรวมๆ อีก ประมาณ 50 mw น่าจะจ่ายไฟฟ้าได้เกือบครบในปี นี้ รวมเป็น 60 MW และก้าวเป็น 150 mw ในปี 60หนี้เงินกู้ล่วงหน้าเพื่อปรับโครงสร้างหนี้ ลดลง 23,779 ล้านบาท เนื่องจากเป็นหนี้ที่กู้ล่วงหน้ามาเพื่อใช้ในการปรับโครงสร้างหนี้ ซึ่งได้นำไปชำระคืนหนี้พันธบัตรรัฐบาลที่ออกภายใต้ พ.ร.บ. การบริหารหนี้สาธารณะฯ ที่ครบกำหนดเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2558 ผลของอัตราแลกเปลี่ยนทำให้หนี้ต่างประเทศสกุลต่างๆ เพิ่มขึ้น 633.07 ล้านบาทผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้นธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน) หรือ KKP ปิดตลาดวันนี้ราคาอยู่ที่ 42 บาท บวก 2.25 บาท หรือ 5.66% สูงสุดที่ 42 บาท ต่ำสุดที่ 40 บาท มูลค่าซื้อขายที่ 130.20 ล้านบาท ขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยโดยรวมบวก 0.07%,ระยะสั้นแกว่งในกรอบ sideway หรือในกรอบระหว่าง 36-40 บาท คาดว่าจะยังไม่มีทิศทางชัดเจนจนกว่าจะแกว่งออกจากกรอบ แนะนำเก็งกำไรในกรอบดังกล่าวไปก่อนส่วนจุดตัดขาดทุนจะอยู่ที่ 35.50 บาทอ่อนตัวลงตอนท้ายพร้อมสัญญาณขายตามกราฟ 60 นาที แต่ยังให้ภาพ sideways กว้างๆ สามารถเก็งกำไรในกรอบแนวรับแนวต้านได้ คาดว่าแนวต้านวันนี้จะอยู่ในช่วง 1,295-1,300 จุดเช่นเดิม โดยมีแนวรับ 1,280 และ 1,270 จุดตามลำดับ RCI ปัดข่าว ซีอาร์ซี ไทวัสดุ สนใจเข้าซื้อกิจการสำหรับหุ้นที่เด่นน่าสนใจ อันดับแรก KCE โดยฝ่ายวิจัยคาดว่าในปี 59 จะเป็นปีที่บริษัทเติบโตอย่างมากหลังจากบริษัทจากการเปิดใช้โรงงานใหม่เฟส 2 ได้เต็มไตรมาสตั้งแต่ไตรมาส 1/59 ที่ช่วยประหยัดต้นทุนรวมถึงอัตราการใช้งานที่เพิ่มสูงขึ้นในปี 59 จากความต้องการสินค้าที่มากขึ้นส่งผลให้บริษัทมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้นมากเทียบกับปี 58 โดยจะเติบโตมากในช่วงไตรมาส 3/59 หลังจากค่าใช้จ่ายคงที่หมดลง ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยคาดว่าปีนี้บริษัทจะมีกำไรสุทธิประมาณ 2,792 ล้านบาทเติบโต 26% เทียบจากปีก่อน ซึ่งจากปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้คาดว่าปี 59 จะเป็นปีที่โดดเด่นอีกปีหนึ่งของบริษัท จึงแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 91 บาท,แนวโน้มกราฟ EPCO (week) ลงมาจากราคา 9 บาท จนสู่ระดับ Oversold ทางเทคนิค และการเด้งตัวในสัปดาห์ที่ผ่านมาเกิด Buy signal ในหลายเครื่องมือ โดยหากสามารถขึ้นไปยืนระยะที่ 6 บาท ได้จะจบแนวโน้มขาลงโดยสิ้นเชิง กลายเป็นขาขึ้นในระยะกลาง ถือว่าทิศทางน่าสนใจ แนะนำซื้อสะสม。 ดอลลาร์สหรัฐปรับตัวขึ้น หลังจากนายโมฮัมหมัด บิน ซาเลห์ อัล-ซาดา รัฐมนตรีพลังงานของกาตาร์ระบุเมื่อวานนี้ ซาอุดิอาระเบีย, รัสเซีย, กาตาร์ และเวเนซูเอลา เห็นพ้องเรื่องการตรึงกำลังการผลิตน้ำมันในการเจรจาที่จัดขึ้นที่ประเทศกาตาร์แต่การเห็นพ้องกันในประเด็นดังกล่าวจะขึ้นอยู่บนเงื่อนไขที่ว่าประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายอื่นๆ จะต้องปฏิบัติตามด้วยบริษัท บางกอกแลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ BLAND รายงานผลการดำเนินงานประจำไตรมาสที่ 3 ปี 58 สิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค.58 (รวมบริษัทย่อย) มีกำไรสุทธิ 288.57 ล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 0.015 บาทต่อหุ้น ลดลง 64% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 792.63 ล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 0.039 บาทต่อหุ้นUMI ราคาปิด 4.14 บาท LOSS สถานะ Short ถ้า IRPCH16 ปรับตัวขึ้นทะลุ 4.24 กลับขึ้นไป หุ้นโซลปิดบวก 1.47% จากแรงซื้อหุ้นบลูชิปตลาดหุ้นไทยเช้านี้กลับมาย่อตัวลง หลังผิดหวังกับการเจรจาระหว่างประเทศผู้ผลิตน้ำมันส่งผลให้ราคาน้ำมันหดตัวลง นอกจากหุ้นพลังงานปรับลงนำตลาดแล้วหุ้นขนาดใหญ่อื่นๆอย่างกลุ่มธนาคารและก่อสร้างยังเผชิญแรงขายลงมาด้วย ,สำหรับผลการดำเนินงานประจำปี 58 บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้จากการขายและให้บริการรวม 20,173 ล้านบาท ลดลง 39% จากปีก่อนหน้า เป็นผลจากการไม่นับรวมรายได้ของการดำเนินงานของส่วนงานที่ยกเลิก ขณะที่ปริมาณขาย และราคาขายที่ลดลงของธุรกิจเหล็กแผ่นรีดร้อน ตามภาวะราคาเหล็กในตลาดโลกซึ่งปรับตัวลดลงอย่างมาก โดยมีปริมาณขายเหล็กรวม 1.13 ล้านตัน ขณะที่มีกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย,ภาษี,ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ติดลบ 37,907 ล้านบาท และมีผลขาดทุนสุทธิ 40,840 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลขาดทุนจากการดำเนินงานของส่วนงานที่ยกเลิก 38,037 ล้านบาทคาด SET ช่วงบ่ายวันนี้ ยังผันผวนอิงทางลง หลังยังไม่มีปัจจัยหนุนตลาด มองกรอบบ่ายนี้ที่ 1270-1290 จุด。

ส่วนอันดับสุดท้ายหุ้น PS ซึ่งเป็นผู้นำตลาดบ้านระดับราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท ทำไห้ได้รับประโยชน์โดยตรงจากมาตรการลดภาษีกระตุ้นภาคอสังหาฯ คาดกำไรปี 58 ราว 7.5 พันล้านบาทซึ่งทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ต่อเนื่องจากปี 557 ที่มีกำไร 6.65 พันล้านบาท เติบโต 13% แนวโน้มกำไรยังเติบโตต่อเนื่องในไตรมาส 1/59 เนื่องจากมาตรการลดภาษีกระตุ้นภาคอสังหาฯจะสิ้นสุดปลายเดือน เม.ย.59คำค้นLIT-UREKA บริษัท บูรพาทัศน์ (1999) จำกัด48/5-6 ชั้น 2 ซ.รุ่งเรือง ถนน รัชดาภิเษก แขวง สามเสนนอก เขต ห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10320,ในขณะที่ใช้การหลุด 8.4 เป็น stop loss、เงินฟรี สูตรสล็อตแพนด้า、สำหรับมาตรการของ BOJ ในครั้งนี้มีขึ้นเพื่อกระตุ้นให้ธนาคารพาณิชย์นำเงินไปปล่อยกู้แก่ภาคธุรกิจ แทนที่จะนำมาพักไว้ที่ BOJ และต้องการลดการออมของประชาชน เพื่อให้มีการใช้จ่ายมากขึ้น และกระตุ้นเศรษฐกิจที่อยู่ในภาวะเงินฝืดอย่างต่อเนื่อง ในแต่ละปีบุคลากรของบริษัทฯ ต่างให้ความสนใจ ระดมความคิดสร้างสรรค์ คิดค้นและส่งผลงานนวัตกรรมเข้าร่วมประกวด CPF CEO Awards เวทีแห่งการแจ้งเกิดนวัตกร ปีนี้ก็เช่นเดียวกัน แม้จะจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 แต่มีบุคลากรซีพีเอฟจากทั่วโลกร่วมส่งผลงานทั้งสิ้น 4,248 ผลงาน โดยมีผลงานที่ได้รับคัดเลือกจะถูกนำมาจัดแสดงภายในงานรวม 187 ผลงาน ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่การผลิต ตั้งแต่กลุ่มธุรกิจอาหารสัตว์ (Feed), ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ (Farm), อาหาร (Food) และ ค้าปลีก (Retail) เวทีนี้จึงถือเป็นเวทีแห่งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางธุรกิจ ส่งเสริมบรรยากาศความคิดสร้างสรรค์ รวมพลังซีพีเอฟเวย์ในการขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่อสร้างความแตกต่างทางธุรกิจ นายวิโรจน์กล่าวทั้งนี้ ค่าดัชนีความเชื่อมั่นฯ ที่ลดลงเกิดจากองค์ประกอบยอดคำสั่งซื้อโดยรวม, ยอดขายโดยรวม, ปริมาณการผลิต และผลประกอบการหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีดีดตัวขึ้น โดยหุ้นแอปเปิล อิงค์ และหุ้นซิสโก ซิสเต็มส์ ต่างก็พุ่งขึ้นอย่างน้อย 2.8% ขณะที่หุ้น Qorvo ดีดตัวขึ้น 8.2% และหุ้นยาฮู อิงค์ พุ่งขึ้น 8.3% ส่วนหุ้นกลุ่มธนาคารนั้น หุ้นกลุ่มโกลด์แมน แซคส์ พุ่งขึ้น 2% หุ้นมอร์แกน สแตนลีย์ ปรับขึ้น 2.7% หุ้นซิตี้กรุ๊ป พุ่งขึ้น 2.7% หุ้นยูเอส แบงก์คอร์ป ปรับขึ้น 2.8% ส่วนหุ้นฟิฟธ์ เธิร์ด แบงก์คอร์ป และหุ้นคีย์คอร์ป ต่างก็ทะยานขึ้นกว่า 4%,SET50 Index Futures: การต่อ High ของกรอบบ่ายนี้จะยังไม่พ้นแนวต้าน 818-820 จุด บริเวณนี้ ระดับ ชม. มีโอกาสถูกถ่วงจากแรงขายทำกำไรมากขึ้น และมีโอกาสจะเห็นย่อทดสอบแนวรับ 810 จุด และ 807 จุดได้ด้านการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นสัปดาห์นี้ ตลาดทั่วโลกเริ่มมีมุมมองว่าเมื่อสัปดาห์ที่แล้วมีการเทขายหุ้นมากเกินไปหรือเปล่า หลังจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาดีขึ้น และสถานการณ์ธนาคารในยุโรปเริ่มคลี่คลาย ทำให้น่าจะมีแรงซื้อกลับเข้ามา แต่ผู้ลงทุนยังคงต้องระมัดระวังการลงทุน โดยกลยุทธ์การลงทุนยังคงให้น้ำหนักกับการลงทุนในหุ้นที่มีปันผลดี พื้นฐานดี และ Valuations ถูกไว้ก่อน และเน้นหุ้นที่มี Theme และมีเรื่องราวเฉพาะ เช่น หุ้นกลุ่มท่องเที่ยว หุ้นกลุ่มโรงพยาบาล และหุ้นรับเหมาก่อสร้างที่จะได้ประโยชน์จากโครงการภาครัฐ , ในแต่ละปีบุคลากรของบริษัทฯ ต่างให้ความสนใจ ระดมความคิดสร้างสรรค์ คิดค้นและส่งผลงานนวัตกรรมเข้าร่วมประกวด CPF CEO Awards เวทีแห่งการแจ้งเกิดนวัตกร ปีนี้ก็เช่นเดียวกัน แม้จะจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 แต่มีบุคลากรซีพีเอฟจากทั่วโลกร่วมส่งผลงานทั้งสิ้น 4,248 ผลงาน โดยมีผลงานที่ได้รับคัดเลือกจะถูกนำมาจัดแสดงภายในงานรวม 187 ผลงาน ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่การผลิต ตั้งแต่กลุ่มธุรกิจอาหารสัตว์ (Feed), ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ (Farm), อาหาร (Food) และ ค้าปลีก (Retail) เวทีนี้จึงถือเป็นเวทีแห่งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางธุรกิจ ส่งเสริมบรรยากาศความคิดสร้างสรรค์ รวมพลังซีพีเอฟเวย์ในการขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่อสร้างความแตกต่างทางธุรกิจ นายวิโรจน์กล่าวแนะนำซื้อ RP โดยมีแนวรับที่ 7.40 และ 7.30 และมีแนวต้านที่ 7.80 และ 8.00 เป็นจุดขายทำกำไรการปรับลดอันดับเครดิตสากลสกุลเงินในประเทศระยะยาว (Long-Term Local Currency IDR) ของประเทศไทยที่ A- /แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ น่าจะส่งผลให้อันดับความแข็งแกร่งทางการเงินสากลของ MTL ก็น่าจะถูกปรับลดลงเช่นกัน ส.อ.ท.เผยดัชนีเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม ม.ค.59 อยู่ที่ 86.3 จาก 87.5 ในธ.ค.บริษัท อาร์พีซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ RPC รายงานผลการดำเนินงานประจำปี 58 สิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค.58 (รวมบริษัทย่อย) มีกำไรสุทธิ 100.22 ล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 0.08 บาทต่อหุ้น เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีผลขาดทุนสุทธิ 251.50 ล้านบาท หรือขาดทุนสุทธิ 0.20 บาทต่อหุ้นนายโอภาส กล่าวว่า แนวโน้มของตลาดอสังหาริมทรัพย์ของไทยในปีนี้ยังเป็นขาลง เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจไทยยังชะลอตัว ซึ่งได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะเศรษฐกิจโลกที่ยังชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบมาถึงความเชื่อมั่นที่ลดลงและการตัดสินใจซื้อชะลอตาม ประกอบกับ กำลังซื้อยังถูกกดดันจากรายได้ที่ไม่เพิ่มขึ้นและยังมีระดับหนี้สินภาคครัวเรือนสูง มีผลไปถึงการเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ที่มองว่าในปีนี้อัตราการปฏิเสธสินเชื่อจะเพิ่มขึ้นอจากปีก่อนที่อยู่ที่ 6-7% ซึ่งปัจจัยดังกล่าวเป็นปัจจัยที่กดดันภาคอสังหาริมทรัพย์ของไทยในปีนี้สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นฯ คาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ระดับ 100.8 โดยปรับตัวลดลงจาก 102.7 ในเดือนธ.ค.58 โดยปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการใน 3 เดือนข้างหน้า ได้แก่ ความกังวลต่อตลาดการเงินโลก ซึ่งส่งผลกระทบต่อความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน รวมทั้งการชะลอตัวของการบริโภคในประเทศ และปัญหาเงินทุนหมุนเวียนในกิจการโดยเฉพาะ SMEs อย่างไรก็ตาม ค่าดัชนีฯ ยังมีค่าเกิน 100 แสดงว่าผู้ประกอบการยังมีความเชื่อมั่นต่อการดำเนินกิจการในอีก 3 เดือนข้างหน้า。 AOT มีเป้าหมายถัดไปของการทำ New High อยู่ที่ 436 บาท (จุด Stop Loss อยู่ที่ 365 บาท)กฟผ. จึงเดินหน้าส่งเสริมมาตรการการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพต่อเนื่อง พร้อมเพิ่มศักยภาพของนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ก่อให้เกิดการประหยัดพลังงาน รวมทั้งสนับสนุนให้คนไทยหันมาใช้อุปกรณ์ที่ได้รับฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 พร้อมรณรงค์และส่งเสริมให้ผู้ผลิตและผู้นำเข้าติดฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 ให้แก่หลอด LED ทั้ง 4 ประเภท ได้แก่ MR 16, PAR 30 และ PAR 38, Bulb E27 และ Tube T8 ซึ่งสามารถประหยัดพลังงานได้มากกว่าหลอดไฟทั่วไปเฉลี่ยถึง 50% และในปีนี้ จะดำเนินการส่งเสริมหลอด LED เพิ่มขึ้นอีก 2 ชนิด ได้แก่ Highbay และ Lowbay ซึ่งเป็นชนิดที่ใช้งานในโรงแรม สนามบิน หรือโรงงานอุตสาหกรรมขณะที่ทิศทางค่าเงินบาทยังต้องลุ้นว่าคืนนี้เงินบาทจะผ่าน 35.70 บาท/ดอลลาร์ไปได้หรือไม่ ถ้าไม่ผ่านก็น่าจะลงต่อ ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทวันพรุ่งนี้น่าจะอยู่ระหว่าง 35.50-35.75 บาท/ดอลลาร์。

A recent report tells investors to think of the global economy in terms of “two separate narratives.”

“We are moving away from a U.S. – or Europe-led world to a world led by China,” writes Stephen King, Chief Global Economist at HSBC in a report released on Wednesday.

HSBC’s Emerging Market Index for the last quarter of 2012 tells investors to think of the global economy in terms of “two separate narratives.” The first is the “old world” consisting of the U.S. and Europe, which continue to experience an ongoing deleveraging. The second is the “new world” consisting of the “structurally dynamic” emerging markets in general, but China in particular.

In fact, HSBC projects that “China will make its biggest-ever contribution to global growth in 2014.”

Part of this is attributable to a slight improvement in China’s economy, which HSBC expects will grow by 8.6% in 2013, up from 7.8% in 2012. Although this is more robust than the 5.4% growth rate HSBC expects from the emerging markets as a whole, it is still a slower rate of growth than China experienced in the pre-financial crisis era.

Still the slower rate of growth is not as consequential as one might expect, at least in terms of China’s impact on the world economy. This is because the Chinese economy is much larger than it was when it was growing by double digit growth rates. “As a result,” King writes, “although its own growth rate may have slowed, its contribution to global growth is on the rise.”

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

King illustrates this trend by pointing to the increase many countries have experienced, in terms of the percentage of their GDP that comes from their exports to China. This is especially true for countries located near China and, to a slightly lesser extent, commodity producing economies. For example, whereas South Korea’s exports to China amounted to just 3.5% of GDP in 2000, 12% of Seoul’s GDP came from its exports to Beijing in 2012.

It was hardly alone. In fact, a HSBC report from November of last year noted that every country in Asia except for India had seen its export exposure to China—exports to China as a percentage of a country’s total exports—increase between 2006 and 2011. The increase was especially striking in Australia, given its location and commodity production. According to Saul Eslake, chief economist at Bank of America’s Merrill Lynch division in Melbourne, Australia ships about 28% of its exports to China and Beijing indirectly sets the price that other countries pay for another 30% of Australia’s exports.

HSBC also singled out Malaysia and Singapore as other Asian nations whose export exposure to China has grown in recent years. Not surprisingly, non-Asian countries that have seen the largest increase in their exposure to exports to China are typically commodity producers, the report said, explicitly listing Chile, Kazakhstan, Saudi Arabia, and Angola. Angola is a particularly interesting case. With a GDP of U.S. $101 billion in 2011, Angola has become China’s fourteenth most important source of imports, the report says, ahead of countries like France, Canada, Italy, the UK, and even India, which borders on China and boasts an economy over 18 times as large (U.S.$1.85 trillion) as Angola’s. In light of this, HSBC concludes that, “the lack of trade between India and China must count as one of the great missed opportunities of recent years.”

But if India’s paucity of trade with China makes it an outlier in Asia, it would be quite at home in the “old world” nations in North America and Europe.

“The ‘old world’ has yet to catch the China express,” HBSC writes. Indeed, U.S. exports to China are only 0.7% of Washington’s GDP, with Canada, France, and Italy roughly equivalent. On the other hand, the U.K.’s exports to China are even lower, making up just 0.4% of London’s gross output. Germany’s far better than other members of the EU in this (and most other) regards, with about half of EU exports to China coming from Germany, according to the European Council on Foreign Relations (ECFR).  The same ECFR report, published in May of last year, estimated that just under 7% of German exports go to China, making it Germany’s third largest export market after the EU and the U.S.

Still HSBC cautioned against putting too much stock into this, noting that: “Germany’s heightened trade relationship with China has been absolutely swamped by an even bigger increase in its dependency on the rest of Europe.”

Thus is the reality of a two world economy.

Zachary Keck is assistant editor of The Diplomat. He is on Twitter: @ZacharyKeck.