The Debate

เครดิต ฟรี สล็อต 2020: Politics and Climate Change

io games with animals,โดยผลการดำเนินงานที่พลิกมีกำไร เนื่องจากในปี 2557 ราคาก๊าซ LPG ในตลาดโลก (CP Saudi Aramco) มีการปรับตัวลดลง ซึ่งส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อต้นทุนสินค้าที่มีไว้เพื่อขาย สำหรับธุรกิจการจำหน่ายก๊าซ LPG ในต่างประเทศ แต่เนื่องจากอัตราการลดลงของราคาก๊าซ LPG ในปี 2558 มีอัตราที่น้อยกว่ามากเมื่อเทียบกับปีก่อน จึงเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมของกลุ่มบริษัทเพิ่มขึ้นอย่างมากAMATA ซื้อ ราคาหุ้นฟื้นตัวขึ้นทะลุแนว Downtrend Line มายืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 3 เดือนได้ พร้อมปริมาณการซื้อขายสนับสนุน สอดคล้องกับเครื่องมือ MACD ตัด Signal ขึ้นเป็นบวก เป็นจังหวะซื้อเก็งกำไร มีแนวต้านแรกที่ 13.30 บาท ถัดไปที่ 14.00 บาทกลยุทธ์ที่แนะนำ :ช่วงบ่าย: คาดแกว่งตัวระหว่างแดนบวก-ลบต่อ ติดตามทิศทาง fund flow ที่คาดว่าจะมีความสำคัญต่อการกำหนดทิศทางการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมหลัก คาดข่าวเศรษฐกิจมหาภาค ยังไม่มีปัจจัยใดที่คาดว่าจะส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของตลาดโดยรวมมากนัก แนะนักลงทุนสามารถเล่นเก็งกำไรต่อใน SET index ได้โดยให้แนวต้านอยู่ที่ระดับ 1340 และ 1350 จุด ในขณะที่การย่อตัวลงมีแนวรับที่ 1325 และ 1320 จุด หุ้นแนะนำทางเทคนิคบ่ายนี้ได้แก่ J (รับ 2.92 ต้าน 3.20 cut 2.84) และ TCAP (รับ 38.00 ต้าน 40.00 cut 37.50)‪"ในปี 58 ที่ผ่านมา บริษัทได้ทำการเปิดตัวผลิตภัณฑ์มากมาย อาทิ 1).โปรแกรม Maybank Kim Eng LINE ครั้งแรกกับบริการถาม-ตอบ ข้อมูลด้านการลงทุนทันทีตลอด 24 ชั่วโมง 2).โปรแกรม eZy Trade ให้ลูกค้าสามารถตั้งคำสั่งซื้อขายแบบมีเงื่อนไข 4 คำสั่ง คือ Stop Order, Trailing Stop, Index Stop Order และ Grab Order 3).โปรแกรม Aspen ที่สามารถส่งคำสั่งซื้อขายผ่านมือถือเป็นที่แรกของประเทศไทย 4).พัฒนาโปรแกรม KEiTrade ที่มีฟังก์ชั่น Stock Radars ให้ใช้งานได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีจุดเด่นด้านนวัตกรรม กับการพัฒนาระบบเทรดให้รองรับการส่งคำสั่งซื้อขายผ่านอินเตอร์เน็ตมากกว่า 10 ระบบ ซึ่งสามารถตอบโจทย์ความต้องการของนักลงทุนได้เป็นอย่างดี"。 ปัจจุบัน MBKET มีสาขาทั้งหมด 34 สาขาในกรุงเทพฯ และ 24 สาขาในต่างจังหวัด (ข้อมูล ณ วันที่ 5 ก.พ. 59) อีกทั้งยังมีแผนขยายสาขาตามความต้องการด้านการลงทุนในเขตพื้นที่ต่างๆ อย่างต่อเนื่อง แต่เนื่องด้วยปัจจุบันพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป สามารถเข้าถึงการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านสมาร์ทโฟน และอินเทอร์เน็ตได้อย่างสะดวกและรวดเร็วJ (รับ 2.92 ต้าน 3.20 cut 2.84)ทั้งนี้ จากปัจจัยบวกดังกล่าว จะส่งผลดีต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่จะกล้าจับจ่ายใช้สอยซื้อสินค้า และเป็นผลให้ผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ใช้งบซื้อสื่อโฆษณาเพื่อกระตุ้นการขายสินค้าหรือใช้เป็นช่องทางเพื่อสื่อสารไปยังกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่ออัตราการใช้พื้นที่สื่อโฆษณาโดยเฉลี่ยในปีนี้ ที่คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 75% และผลักดันผลการดำเนินงานในปี 59 ให้เติบโต 15% ได้ตามเป้าที่วางไว้ระยะสั้นแกว่งในกรอบ sideway หรือในกรอบระหว่าง 19-20 บาท คาดว่าจะยังไม่มีทิศทางชัดเจนจนกว่าจะแกว่งออกจากกรอบ แนะนำเก็งกำไรในกรอบดังกล่าวไปก่อนส่วนจุดตัดขาดทุนจะอยู่ที่ 18.90 บาทความสำเร็จหลักส่วนใหญ่มาจากรายได้ในสายงานธุรกิจซื้อขายหลักทรัพย์ คิดเป็นสัดส่วนอยู่ที่ประมาณ 66% ดอกเบี้ยรับ 24 % วาณิชธนกิจ 4% อื่นๆ 6% ตามลำดับ ปัจจุบันหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง เป็นโบรกเกอร์ที่มีส่วนแบ่งการตลาดสูงสุด โดยมีส่วนแบ่งการตลาด สิ้นสุดเดือนธันวาคม 2558 อยู่ที่ประมาณ 8.65% สามารถคิดเป็นฐานลูกค้าที่เปิดบัญชีกับบริษัทฯ รวมทั้งสิ้นประมาณ 170,000 บัญชี โดยเป็นนักลงทุนที่มีการซื้อขายสม่ำเสมอประมาณ 52% โดยบริษัทตั้งเป้าขยายฐานนักลงทุนเพิ่มขึ้นอีก 10% ในปีนี้, นิกเกอิปิดเช้าพุ่ง 111.24 จุด รับดาวโจนส์บวก,น้ำมันฟื้นความเห็น: ซื้อสะสมได้ // ราคาพื้นฐาน 35.00 บาท สรุปภาวะตลาดภาคเช้า : แรงขายทำกำไรกดลงแดนลบ และฟื้นตัวปิดบวก SET เช้านี้เปิดตัวในแดนบวกและแกว่งผันผวนระหว่างแดนบวก-ลบจากแรงเทขายทำกำไรในช่วงเปิดตลาด โดยรวมยังสามารถกลับมายืนในแดนบวกได้เช่นเดียวกับทิศทางการเคลื่อนไหวของดัชนีในภูมิภาค ภาคเช้าปิดที่ระดับ 1336.03 จุด +4.10 จุด หรือ +0.3% ด้วยมูลค่าซื้อขายที่ระดับ 2.0 หมื่นลบ. หุ้นกลุ่มหลักที่ปรับตัวขึ้นหนุนตลาดได้แก่ ก่อสร้าง +1.1% และพาณิชย์ +1.0% ในขณะหุ้นกลุ่ม ขนส่ง -1.6% และปิโตร -0.8% ปรับตัวลงกดดันดัชนี ด้านค่าเงินบาททรงตัวใกล้ระดับ 35.70 บาท ไม่เปลี่ยนแปลงมากนักปัจจัยที่ทำให้บริษัทสามารถทำรายได้และกำไรสุทธิได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์นี้ มาจากการวางแผนกลยุทธ์ปรับปรุงภาพลักษณ์ การปรับดีไซน์และภูมิทัศน์ของโครงการที่อยู่อาศัยทั้งหมด รวมถึงกลยุทธ์ทางด้านการขายและการตลาดเชิงรุก จึงทำให้บริษัทสร้างยอดขายทะลุเป้าหมายที่ได้ตั้งไว้ TNS เผยปี 58 มีกำไร 487.93 ลบ.ลดลง 13% จากปีก่อนนางสมฤดี ชัยมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) หรือ BANPU เปิดเผยว่า บริษัทคาดกำลังการผลิตถ่านหินปีนี้เพิ่มเป็น 46.1 ล้านตัน ตามผลผลิตของเหมืองถ่านหินในอินโดนีเซีย และมองราคาถ่านหินในปีนี้จะเพิ่มเป็น 52 เหรียญสหรัฐ/ตัน จากระดับ 49 เหรียญสหรัฐ/ตันในปีก่อนกลยุทธ์ที่แนะนำ :ช่วงบ่าย: คาดแกว่งตัวระหว่างแดนบวก-ลบต่อ ติดตามทิศทาง fund flow ที่คาดว่าจะมีความสำคัญต่อการกำหนดทิศทางการเคลื่อนไหวของราคาหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมหลัก คาดข่าวเศรษฐกิจมหาภาค ยังไม่มีปัจจัยใดที่คาดว่าจะส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของตลาดโดยรวมมากนัก แนะนักลงทุนสามารถเล่นเก็งกำไรต่อใน SET index ได้โดยให้แนวต้านอยู่ที่ระดับ 1340 และ 1350 จุด ในขณะที่การย่อตัวลงมีแนวรับที่ 1325 และ 1320 จุด หุ้นแนะนำทางเทคนิคบ่ายนี้ได้แก่ J (รับ 2.92 ต้าน 3.20 cut 2.84) และ TCAP (รับ 38.00 ต้าน 40.00 cut 37.50)‪ LDC ไม่ปลื้มปี 58 พลิกขาดทุน 30.62 ลบ.เหตุรายได้การบริการหด-มีค่าใช้จ่ายสูงอีกทั้งหากมีการยกเลิกการประกวดราคาครั้งดังกล่าว กิจการร่วมค้า เจวีซีซี จะมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ อีก เช่น ค่าเสียโอกาสในการรับงานจากลูกค้ารายอื่น ค่าขาดกำไร เป็นต้น รวมทั้ง การเช่าสถานที่เพื่อจัดเก็บรถโดยสารที่ผลิตเสร็จแล้ว เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีความเสียหายที่คิดเป็นค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจริง เช่น การเช่าสถานที่เพื่อจัดเก็บรถโดยสารที่ผลิตเสร็จแล้ว ค่าเครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆ เป็นต้น、อย่างไรก็ตาม สัญญาน้ำมันดิบ WTI ดีดตัวขึ้นเพียงเล็กน้อย เนื่องจากภาวะการซื้อขายในตลาดได้รับแรงกดดันจากข้อมูลของ EIA ที่ระบุว่า สต็อกน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น 3.5 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 507.6 ล้านบาร์เรล โดยเพิ่มขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 6 ในช่วง 7 สัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่สต็อกน้ำมันดิบที่เมืองคุชชิ่ง รัฐโอกลาโฮมา ซึ่งเป็นจุดส่งมอบน้ำมัน เพิ่มขึ้น 333,000 บาร์เรล สู่ระดับ 65 ล้านบาร์เรลโดยยังคงมองว่า Fund Flow ยังมีโอกาสที่จะไหลเข้าตลาดหุ้นได้อีกราว 0.8-1.8 หมื่นล้านบาท โดยเป้าหมายหลักในการเข้าซื้อ จะยังคงเป็น Big Cap ใน SET50 ซึ่งในช่วงระยะสั้นนี้จะเห็นการ Rotation ไปที่กลุ่มธนาคารมากขึ้น ทั้ง SCB ,ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB ,ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL และบริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TISCO รัฐบาลญี่ปุ่นยังคงคาดการณ์เศรษฐกิจของประเทศไว้ โดยระบุว่า เศรษฐกิจญี่ปุ่นยังคงฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องแม้จะมีการอ่อนตัวลงบ้าง ในขณะเดียวกันก็ได้แจ้งเตือนเกี่ยวกับความเสี่ยงที่อาจมาจากเศรษฐกิจที่ผันผวนในต่างประเทศ เมื่อมองในภาพรวมของเศรษฐกิจโลกแล้ว ญี่ปุ่นได้ลดการคาดการณ์ของเศรษฐกิจโลกลงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนส.ค.ของปีที่ผ่านมา อันเนื่องมาจากความอ่อนแอในภาคบริษัทของสหรัฐและประเทศในกลุ่มยูโรโซน。

TICON ดูดี! ปี 58 มีกำไรเพิ่มเป็น 769.74 ลบ.ปันผลหุ้นละ 0.50 บ.ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวขึ้นเทียบกับสกุลเงินเยนที่ 112.96 เยน จาก 111.77 เยน และเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิสที่ระดับ 0.9903 ฟรังก์ จาก 0.9884 ฟรังก์ ส่วนค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียปรับขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 0.7231 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7203 ดอลลาร์、ทั้งนี้ผลการดำเนินงานในช่วงดังกล่าวพลิกขาดทุนเนื่องจาก บริษัทมีรายได้รวม 639.24 ล้านบาท ลดลง 214.85 ล้านบาทจากปีก่อน หลังราคาสินค้าลดลง โดยสภาพเศรษฐกิจโลกและสภาวะราคาสินแร่เหล็กมีราคาปรับตัวลดลงเป็นอย่างมาก อีกทั้งปริมาณความต้องการสินค้าลวดเหล็กในประเทศยังคงชะลอตัวขณะที่บริษัทมีการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 7.35 ล้านบาทส่วนกรณีที่มีข่าวว่านักบินนกแอร์ลาออก 17 คน นั้นนายอาคมกล่าวว่า มีนักบินลาออกในขณะเดียวกัน มีนักบินเข้ามาใหม่ขณะนี้อีกประมาณ 15 คน โดยประมาณ 10 คน เป็นนักบินและครูฝึกด้วยจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นพันธมิตรจากโบอิ้งและบางส่วนเป็นนักบินที่ตัดสินใจลาออกไปก่อนหน้านี้ แล้วเปลี่ยนใจกลับมาใหม่ขอมาปักหลักกินข้าวหม้อเดียวกันจะทำให้มีนักบินเพิ่มอีก 15 คน จากที่มี 190 คน, ราคาทองคำปิดพุ่งกว่า 16 ดอลล์ หลังสหรัฐฯเผยข้อมูลศก.อ่อนแอราคาหุ้นฟื้นตัวในระยะสั้น พร้อมด้วยปริมาณการซื้อขายที่เริ่มสูงขึ้น หลังจากปรับตัวลดลงต่อเนื่องไปทำจุดต่ำสุดใหม่ แต่ปริมาณการซื้อขายค่อนข้างเบาบาง ทำให้แนวโน้มในระยะสั้นมีโอกาสฟื้นตัวทางเทคนิค, เงินฟรี มือถือฟรีโดยผลการดำเนินงานที่มีกำไรลดลง เนื่องจากขาดทุนจากการขยายงานจากระบบทีวีดิจิตอล หลังยังไม่ดำเนินงานในระบบได้เต็มปีส่งผลให้ทำรายได้โฆษณาไม่เท่ากับช่อง 3 อีกทั้งยังมีต้นทุนสูงจากการปรับแก้ไขการรับรู้ต้นทุนค่าใบอนุญาตของช่องรายการโทรทัศน์ใหม่, ตลาดหุ้นจีนดิ่งลงกว่า 5% วิตกอัตราดบ.ระยะสั้นพุ่ง ฉุดหุ้นสมอลแคปร่วง คร่าวๆ น่าจะลาออกประมาณ 50 คน แต่ที่มีข่าวว่ามีการซื้อตัวเนี่ย คาดว่าน่าจะเป็นสายการบินนิว เจน แอร์เวย์ส(New Gen Airways) แหล่งข่าวกล่าว TOPอีกทั้งข้อมูลการนำเข้าของประเทศคู่ค้าสำคัญของไทยแสดงว่าไทยยังคงรักษาส่วนแบ่งตลาดในตลาดและสินค้าส่งออกสำคัญไว้ได้ สะท้อนให้เห็นว่าความสามารถทางการแข่งขันของไทยไม่ได้ลดลงตามมูลค่าส่งออก นอกจากนี้รายได้จากการส่งออกของไทยในรูปเงินบาทกลับมาขยายตัวอีกครั้งจากผลของการอ่อนค่าของเงินบาท ทั้งนี้ ETC จะยื่นคำขออนุญาตผลิตและขายไฟฟ้าจากโครงการแห่งที่ 2 นี้ต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป โดยโครงการจะตั้งอยู่ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมแก่งคอย จ.สระบุรี โดยแหล่งเงินลงทุนจะมาจากการเพิ่มทุนจดทะเบียนใน ETC และกู้ยืมจากสถาบันการเงินในวงเงินรวมประมาณ 800 ล้านบาท ซึ่งการลงทุนดังกล่าวจะเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่กลุ่มบริษัท จากการบริหารจัดการกากอุตสาหกรรมโดยการฝังกลบ ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัทมาใช้เป็นเชื้อเพลิงแก่โครงการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า โครงการ 2 ซึ่งจะทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นจากการจำหน่ายไฟฟ้าให้แก่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.)ในอนาคตสำนักข่าวอินโฟเควสท์รายงานว่าสัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนเม.ย.ปิด(24 ก.พ.) บวก 28 เซนต์ หรือ 0.9% แตะที่ 32.15 ดอลลาร์/บาร์เรลส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนเม.ย.ที่ตลาดลอนดอน ปิดบวก 1.14 หรือ 3.4% แตะที่ 34.41 ดอลลาร์/บาร์เรลประกาศจ่ายเงินปันผลงวดดำเนินงานวันที่1 ม.ค. 58 ถึงวันที่ 31 ธ.ค. 58 เป็นเงินสดในอัตรา 0.25 บาทต่อหุ้น โดยจะขึ้นเครื่องหมาย XD ไม่ได้รับสิทธิปันผล ในวันที่ 9 พ.ค. 59 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 25 พ.ค. 59บริษัท ทีอาร์ซี คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ J และรวมของบริษัทย่อยรายงานผลการดำเนินงานประจำปี 58 สิ้นสุดวันที่ 31 ธ.ค.58 มีกำไรสุทธิ 305.96 ล้านบาท หรือมีกำไรต่อหุ้น 0.07 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 42.36% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 214.92 ล้านบาท หรือมีกำไรต่อหุ้น 0.05 บาท เนื่องจากรายได้จากการให้บริการก่อสร้างเพิ่มขึ้นมากคำค้นM-CHAI บริษัท บูรพาทัศน์ (1999) จำกัด48/5-6 ชั้น 2 ซ.รุ่งเรือง ถนน รัชดาภิเษก แขวง สามเสนนอก เขต ห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10320 DIF ปี 58 กำไรวูบกว่า 70% อยู่ที่ 4.86 พันลบ.,ขณะที่ลุคแมน โอตูนูกา นักวิเคราะห์จาก FXTM Research กล่าวว่า เงินปอนด์มีแนวโน้มที่จะได้รับผลกระทบจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับสมาชิกภาพของอังกฤษใน EU ท่ามกลางความไม่แน่นอนต่อเศรษฐกิจ หากอังกฤษตัดสินใจออกจาก EUโดยผลประกอบการในช่วงดังกล่าวลดลงเนื่องจาก บริษัทมีรายได้ลดลง จากการรับรู้รายได้งานพัฒนาและวางระบบลดลง จากปัจจัยหลักของการชลอตัวในภาพรวมเศรษฐกิจทั้งภาครัฐและภาคเอกชนขณะที่ผลประกอบการปี 58 มีรายได้รวมจำนวน 238.92 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนที่มีรายได้รวม 266.81 ล้านบาท หรือลดลง 10% และมีกำไรสุทธิจำนวน 3.39 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิจำนวน 17.72 ล้านบาท หรือลดลง 81%。 BANPU คาดปีนี้กำลังผลิตถ่านหินเพิ่มเป็น 46.1 ล้านตัน-สรุปซื้อเหมืองใหม่ปีนี้ทั้งนี้ จากปัจจัยบวกดังกล่าว จะส่งผลดีต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่จะกล้าจับจ่ายใช้สอยซื้อสินค้า และเป็นผลให้ผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ใช้งบซื้อสื่อโฆษณาเพื่อกระตุ้นการขายสินค้าหรือใช้เป็นช่องทางเพื่อสื่อสารไปยังกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่ออัตราการใช้พื้นที่สื่อโฆษณาโดยเฉลี่ยในปีนี้ ที่คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 75% และผลักดันผลการดำเนินงานในปี 59 ให้เติบโต 15% ได้ตามเป้าที่วางไว้นอกจากนี้บริษัทได้ประกาศจ่ายปันผลงวดดำเนินงานวันที่ 1 ม.ค. 2558 ถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2558 เป็นเงินสดจำนวน 0.285 บาทต่อหุ้น โดยจะขึ้นเครื่องหมาย XD ไม่ได้รับสิทธิปันผลในวันที่ 25 เม.ย. 2559 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 13 พ.ค. 2559ปิดภาคเช้า 1,336.03 (+4.10 จุด,+0.31%)。

Newt Gingrich and Mitt Romney seems to have cooled on climate change. Do they mean what they say, or said?

Earlier this month, the Doomsday Clock – popularized by the graphic novel Watchmen – was moved a minute closer to midnight, leaving it set at five minutes to midnight, or “Doomsday.”

This isn’t the closest it has been (that was back in 1953, when the United States and Soviet Union tested thermonuclear devices and the clock was set at 11:58 pm). But at a time of growing international concern over Iran’s nuclear program – and the announcement by Iran that it won’t “grin and bear” newly tightened sanctions and the EU decision to ban the import of Iranian oil – the decision to move the clock is interesting.

What is also interesting, though, is that Iran wasn’t one of the biggest factors driving the latest change. Earlier today, I spoke with Kennette Benedict, executive director of the Bulletin of the Atomic Scientists, the magazine established by Manhattan Project scientists in 1945 that created the Doomsday Clock.

The full transcript from my interview with her will be available online later this week for Diplomat Brief newsletter subscribers, but two of the issues she said were of most concern were the failure of the United States and Russia to significantly reduce their nuclear arsenals, and climate change.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Climate change hasn’t always been a factor in setting the clock’s hands, but was introduced as a consideration in 2007.

“As we consulted with climate scientists and others we began to understand the enormity that the world faces in disruption of climate, and the possibility that we might get to the point of runaway climate change,” she told me.

“We’re mindful of the coming fresh water scarcity, and the possibility of wars being fought over them – wars with nuclear weapons.”

Two nuclear-armed states that she may well have had in mind are India and Pakistan. The Economist ran a sobering piece in November noting that the head of Pakistan’s armed forces, Gen. Ashfaq Kayani, has cited water as justification for his “India-centric” military posture.

“Others take it further. ‘Water is the latest battle cry for jihadis,’ says B.G. Verghese, an Indian writer,” The Economist reported. “‘They shout that water must flow, or blood must flow.’ Lashkar-e-Taiba, a Pakistani terror group, likes to threaten to blow up India’s dams. Last year a Pakistani extremist, Abdur Rehman Makki, told a rally that if India were to ‘block Pakistan’s waters, we will let loose a river of blood.’”

As I suggested at the weekend, one of the foreign policy yardsticks for measuring the seriousness of the Republican presidential candidates could be their position on climate change. Jon Huntsman, for example, took a brave stand last year in saying he trusted climate scientists. (Former?) frontrunner Mitt Romney, meanwhile, had a sounder record as Massachusetts than he than he now wants to take credit for.

Which brings me to the other front runner – Newt Gingrich.

“It’s no secret that Republican presidential contender Newt Gingrich has had a soft spot for climate change in the past,” Mother Jones notes. “He sat on a couch with Nancy Pelosi talking about how we can all work together to solve global warming. He even wrote a book about our collective obligation to care for the planet, the sequel to which is currently in the works.”

Sadly, Gingrich appears to himself have developed a case of the flip-flops. Fast forward a few years to the Iowa caucus campaign and he was keen to reassure gathered voters that global warming “hasn’t been totally proven” and that even if it were, he would still oppose a cap-and-trade solution to combat carbon emissions.

You’d hope that with two nuclear-armed rivals breathing down each other’s parched throats, that a candidate for the most powerful office in the world might have a strong enough incentive not to downplay the challenge global warming poses to international security.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

This is one of those cases where voters should hope the politician doesn’t actually mean what he says.