China, What's Next?

la galaxy 88 สล็อต1️⃣LOOK618: China’s Challenges: Environment

สล็อต 88991️⃣LOOK618, JMART เผย “เจเอเอส แอสเซ็ท” เตรียมสยายปีกเปิดโครงการต่อเนื่องINSET ร่วมงานบริษัทจดทะเบียนพบผู้แนะนำการลงทุนทั้งนี้ ปัจจุบัน PTTGC มีกำลังการผลิตผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีสายโอเลฟินส์และอะโรเมติกส์ รวม 8.72 ล้านตัน/ปี และกำลังการผลิตผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมรวม 2.8 แสนบาร์เรล/วัน โดยใช้วัตถุดิบหลักจากก๊าซฯในการผลิตโอเลฟินส์ราว 87% ส่วนที่เหลือ13% มาจากแนฟทา ขณะที่การใช้วัตถุดิบจากก๊าซฯจะมีต้นทุนต่ำกว่าแนฟทา ซึ่งอิงกับราคาน้ำมัน ,หลังจากวิกฤติอุทกภัยเมื่อปลายปี 2554 บริษัทได้ตัดสินใจโอนงานจัดเก็บและติดตามหนี้กลับมาบริหารเองทั้งหมด นอกจากนี้ บริษัทยังเน้นให้ความสำคัญกับการจัดเก็บและติดตามหนี้ตั้งแต่ก่อนที่หนี้ปกติจะกลายเป็นหนี้เสียด้วย ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการจัดเก็บและติดตามหนี้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องดังเห็นได้จากสินเชื่อค้างชำระที่ลดลง ทั้งนี้ อัตราสินเชื่อค้างชำระของบัตรเครดิต (เกิน 90 วัน) ลดลงจาก 5.3% ในไตรมาสแรกของปี 2555 เหลือ 2.2% ณ สิ้นปี 2556 และ 1.7% ณ สิ้นปี 2557 สินเชื่อส่วนบุคคลก็มีอัตราสินเชื่อค้างชำระ (เกิน 90 วัน) ที่ลดลงเช่นกัน โดยลดจาก 4.7% ในไตรมาสแรกของปี 2555 เหลือ 1.5% ณ สิ้นปี 2556 และ 1.2% ณ สิ้นปี 2557 แม้ว่าอัตราสินเชื่อค้างชำระจะมีแนวโน้มที่ลดลง แต่อัตราหนี้สูญตัดบัญชีของบริษัทกลับเพิ่มขึ้นจาก 7.4% ในปี 2555 มาเป็น 10.3% ในปี 2556 และ 9.4% ในปี 2557 ทั้งนี้ สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากนโยบายการตั้งสำรองที่เข้มงวดมากขึ้น ดังจะเห็นได้จากสัดส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อสินเชื่อค้างชำระ (เกิน 90 วัน) ที่เพิ่มขึ้นจาก 195% ณ สิ้นปี 2555 มาเป็น 293% ณ สิ้นปี 2556 และ 364% ณ สิ้นปี 2557 บริษัทได้เพิ่มค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญให้สูงขึ้นเพื่อเตรียมความพร้อมให้บริษัทสามารถรับมือกับความไม่แน่นอนจากสภาพแวดล้อมในการดำเนินธุรกิจที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตได้ดียิ่งขึ้นระยะสั้นมีการทา Double Bottom ก่อนที่จะเริ่มดีดตัวขึ้นแรง ปัจจุบันดีดตัวขึ้นมาถึงแนวต้านแรกที่ 8.10 บาท แล้ว หากมีการย่อตัวคาดว่าจะมีแนวรับสั้นๆที่ 7.90 บาท แนะนำเก็งกำไรที่บริเวณดังกล่าวไปถึงแนวต้านที่ 8.40 บาท ส่วนจุดตัดขาดทุนจะอยู่ที่ 7.50 บาทสรุปภาวะตลาดภาคเช้า : SET แกว่งแคบในกรอบบวก ภาพรวมการลงทุนยังดูดีวันนี้หลังนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิทั้งใน 3 ตลาด เช้าวันนี้ตลาดในภูมิภาคยังเป็นบวกต่อจากแรงหนุนดัชนีตลาดหุ้น US เมื่อคืน ด้านปัจจัยภายในประเทศ ก.คมนาคมรายงานว่าทางการญี่ปุ่นได้เซ็น MoU กับไทยแล้ว เป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวและสายการบิน ช่วงเช้าดัชนี SET index แกว่งในกรอบแคบแดนบวก และปิดตลาดที่ 1534.09 จุด +1.86 จุด ด้วยมูลค่าซื้อขายเบาบางที่ระดับ 1.3 หมื่นลบ. หุ้นกลุ่มหลักที่ปรับตัวขึ้นมากได้แก่ ท่องเที่ยว +0.9% และก่อสร้าง +0.4% ค่าเงินบาทแกว่งตัวในกรอบ 32.40-32.50 บาทต่อ ยังไม่มีทิศทางชัดเจนKTISTRITN บริจาคเครื่องอุปโภค – บริโภคแก่เมืองพัทยาโดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพและความแข็งแกร่งในการดำเนินธุรกิจ ควบคู่ไปกับการกระจายโอกาสทางการลงทุนให้กับนักลงทุนไทย จะได้มีส่วนร่วมลงทุนในธุรกิจอุตสาหกรรมอาหารแปรรูประดับชั้นนำของไทยอีกทางหนึ่งด้วย , รายย่อยจี้ ก.ล.ต.-ตลท. ให้ NMG จัดประชุมวิสามัญNEX ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2563?แนวรับ 11.60-12.0SSP ร่วมงาน “Krungsri Corporate Day” IRPC เผยค่าการกลั่น Q1/58 เกิน 10 เหรียญฯ ตั้งงบลงทุน 5 ปี 2.8 หมื่นลบ.ส่วนการขับเคลื่อนตลาดของสถาบันในประเทศ ก็มีแนวโน้มจะเบาลงเช่นกัน เนื่องจากในช่วง 4 วันที่ผ่านมา สถาบันในประเทศลุยซื้อสุทธิสูงถึง 6.6 พันล้านบาท ในจำนวนการซื้อดังกล่าวมีความเป็นไปได้สูงที่ส่วนใหญ่จะมาจาก Trigger Fund ที่เสนอขายในช่วงเดือน มี.ค.58 จำนวน 4 กองขนาดรวม 5 พันล้านบาท ถ้านับตั้งแต่ที่มีการเสนอขายเสร็จสิ้น สถาบันในประเทศเข้าซื้อสุทธิ 18 มี.ค. ปัจจุบัน กว่า 9.9 หมื่นล้านบาท และที่ต้องระวังให้มากคือพอร์ตโบรกเกอร์ที่ไล่กวดด้วยการซื้อสุทธิ 2 วันติดกว่า 2.6 พันล้านบาท เชื่อว่าจะเป็นเพียงแค่การไล่ซื้อเก็งกำไรระยะสั้น และพร้อมปล่อยทำกำไรเร็วตลอดเวลา MALEE ปลื้มโรดโชว์สิงคโปร์นักลงทุนสถาบันกว่า 30 กองทุนสนใจ, หุ้นแนะนำภาคบ่าย: เก็งกำไร PTT (เราปรับเพิ่มราคาเหมาะสมขึ้นเป็น 380 บาท), MEGA (ผ่านจุดต่ำสุด และมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง) เงินบาทแกว่งในกรอบแคบระหว่างรอตัวเลขสหรัฐฯค่ำนี้ทั้งด้านการท่องเที่ยว การค้าการลงทุน และภาคอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นว่า รัฐบาลพยายามผ่อนคลายมาตราการหลายประการลงไปตามลำดับของสถานการณ์ที่พัฒนาไปในประเทศตามที่ SVI ได้นำส่งงบการเงินประจำปี 2557 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2557 ซึ่งผ่านการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชีรับอนุญาตต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ และเผยแพร่ต่อผู้ลงทุนผ่านระบบข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อวันที่ 27กุมภาพันธ์ 2558 เวลา 21.34 น. นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC เปิดเผยว่า บริษัทศึกษาการปรับสัดส่วนการใช้วัตถุดิบที่มาจากก๊าซธรรมชาติ(Gas base) กับการใช้แนฟทา(Naphtha Base)ที่อิงราคาน้ำมัน จากปัจจุบันที่การผลิตโอเลฟินส์ของบริษัทใช้วัตถุดิบจากก๊าซฯเป็นหลัก แต่ขณะนี้สถานการณ์ราคาน้ำมันมีแนวโน้มจะอยู่ในระดับต่ำต่อไป ทำให้ข้อได้เปรียบที่เคยเป็นผู้ผลิตปิโตรเคมีจากก๊าซฯมีไม่มากแล้ว ประกอบกับปริมาณก๊าซฯในอ่าวไทยมีแนวโน้มที่จะลดลงในช่วง 7-8 ปีข้างหน้าดัชนี SET อยู่ที่ 1,534.09 จุด +1.86 จุด +0.12% ปริมาณซื้อขาย 13,402 ลบ.นักลงทุนเทขายสัญญาทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย หลังจากกระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้นเพียง 126,000 ตำแหน่งในเดือนมี.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค.2013 จากระดับ 264,000 ตำแหน่งในเดือนก.พ. ขณะที่อัตราการว่างงานทรงตัวที่ระดับ 5.5% ในเดือนมี.ค.。

PIMO ต้อนรับนักลงทุนเยี่ยมชมโรงงานผลิตมอเตอร์ไฟฟ้าRSP มอบเงิน “มูลนิธิสร้างรอยยิ้ม” ,ส่วนการขับเคลื่อนตลาดของสถาบันในประเทศ ก็มีแนวโน้มจะเบาลงเช่นกัน เนื่องจากในช่วง 4 วันที่ผ่านมา สถาบันในประเทศลุยซื้อสุทธิสูงถึง 6.6 พันล้านบาท ในจำนวนการซื้อดังกล่าวมีความเป็นไปได้สูงที่ส่วนใหญ่จะมาจาก Trigger Fund ที่เสนอขายในช่วงเดือน มี.ค.58 จำนวน 4 กองขนาดรวม 5 พันล้านบาท ถ้านับตั้งแต่ที่มีการเสนอขายเสร็จสิ้น สถาบันในประเทศเข้าซื้อสุทธิ 18 มี.ค. ปัจจุบัน กว่า 9.9 หมื่นล้านบาท และที่ต้องระวังให้มากคือพอร์ตโบรกเกอร์ที่ไล่กวดด้วยการซื้อสุทธิ 2 วันติดกว่า 2.6 พันล้านบาท เชื่อว่าจะเป็นเพียงแค่การไล่ซื้อเก็งกำไรระยะสั้น และพร้อมปล่อยทำกำไรเร็วตลอดเวลาสำหรับผลของรายงานดังกล่าว ทำให้โครงสร้างการถือหุ้นของบริษัทเปลี่ยนแปลง ดังนี้ทำให้เป็นไปได้ที่ราคาน้ำมันจะกลับลงมาที่จุดต่ำสุดเดิม (ราว 45 เหรียญฯ/บาร์เรล) ความคาดหมายดังกล่าวคาดว่าจะทำให้ราคาหุ้นกลุ่มพลังงานต้องกลับมาอยู่ภายใต้แรงกดดันอีกครั้ง แนะนำให้หลีกเลี่ยงการลงทุนเป็นการชั่วคราว) ส่วนผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจ อาจต้องให้ความสำคัญกับภาวะเงินฝืดมากขึน เฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของประเทศไทยที่ปรากฎว่าอัตราเงินเฟ้อติดลบต่อเนื่อง 3 เดือน (ม.ค. มี.ค.2557) แต่ก็เป็นหลักประกันว่าอัตราดอกเบี้ยยังจะอยู่ที่ระดับต่ำต่อเนื่อง โดยดัชนีคอมโพสิตตลาดหุ้นเกาหลีใต้ (KOSPI) เพิ่มขึ้น 16.35 จุด ปิดที่ 2,045.42 จุด โดยมีปริมาณการซื้อขายปานกลาง 489.6 ล้านหุ้น มูลค่า 4.4 ล้านล้านวอน (4 พันล้านดอลลาร์) โดยมีหุ้นบวกมากกว่าหุ้นลบในสัดส่วน 554 ต่อ 253 ทริสฯ จัดอันดับหุ้นกู้ KTC วงเงินไม่เกิน 1.2 หมื่นลบ.ที่ระดับ A-/StableMACD ปรับตัวเพิ่มขึ้นเทดสอบเส้นค่าเฉลี่ยในแดนลบ เครื่องมือทางเทคนิคชี้วัดแนวโน้มขึ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นเข้าใกล้แนวโน้มลง RSI ฟื้นตัวเข้าใกล้ระดับ 50TOP สนับสนุนเครื่องบริโภคชายแดนใต้,ในขณะนี้ การเผยแพร่ข้อมูลในภาพรวมของ ม. 44 ยังให้ความสำคัญเฉพาะ เรื่องการใช้อำนาจเพื่อดูแลงานด้านความมั่นคง ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว รัฐบาลยังมีเป้าหมายสำคัญในการประกาศใช้ ม. 44 เพื่อนำมาเป็นเครื่องมือสำคัญ ในการผลักดันเรื่องการปฏิรูปประเทศ หากระเบียบกฎเกณฑ์ในระบบปกติไม่สามารถตอบสนอง หรือ กระทำได้อย่างล่าช้า นอกจากนี้ ยังหวังที่จะใช้ ม. 44 เป็นหนทางในการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ หากมีการกำหนดแนวปฏิบัติที่ชัดเจน ที่ได้รับการยอมรับจากประชาชนส่วนใหญ่,LIT ร่วมออกบูธในงาน “CROWD FUNDING”สรุปภาวะตลาดภาคเช้า : SET แกว่งแคบในกรอบบวก ภาพรวมการลงทุนยังดูดีวันนี้หลังนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิทั้งใน 3 ตลาด เช้าวันนี้ตลาดในภูมิภาคยังเป็นบวกต่อจากแรงหนุนดัชนีตลาดหุ้น US เมื่อคืน ด้านปัจจัยภายในประเทศ ก.คมนาคมรายงานว่าทางการญี่ปุ่นได้เซ็น MoU กับไทยแล้ว เป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวและสายการบิน ช่วงเช้าดัชนี SET index แกว่งในกรอบแคบแดนบวก และปิดตลาดที่ 1534.09 จุด +1.86 จุด ด้วยมูลค่าซื้อขายเบาบางที่ระดับ 1.3 หมื่นลบ. หุ้นกลุ่มหลักที่ปรับตัวขึ้นมากได้แก่ ท่องเที่ยว +0.9% และก่อสร้าง +0.4% ค่าเงินบาทแกว่งตัวในกรอบ 32.40-32.50 บาทต่อ ยังไม่มีทิศทางชัดเจน สรุปภาวะตลาดภาคเช้า : SET แกว่งแคบในกรอบบวก ภาพรวมการลงทุนยังดูดีวันนี้หลังนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิทั้งใน 3 ตลาด เช้าวันนี้ตลาดในภูมิภาคยังเป็นบวกต่อจากแรงหนุนดัชนีตลาดหุ้น US เมื่อคืน ด้านปัจจัยภายในประเทศ ก.คมนาคมรายงานว่าทางการญี่ปุ่นได้เซ็น MoU กับไทยแล้ว เป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวและสายการบิน ช่วงเช้าดัชนี SET index แกว่งในกรอบแคบแดนบวก และปิดตลาดที่ 1534.09 จุด +1.86 จุด ด้วยมูลค่าซื้อขายเบาบางที่ระดับ 1.3 หมื่นลบ. หุ้นกลุ่มหลักที่ปรับตัวขึ้นมากได้แก่ ท่องเที่ยว +0.9% และก่อสร้าง +0.4% ค่าเงินบาทแกว่งตัวในกรอบ 32.40-32.50 บาทต่อ ยังไม่มีทิศทางชัดเจนอย่างไรก็ตามยังวางใจเรื่องการที่ SET จะเดินหน้าปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องไม่ได้ เพราะยังไม่มีปัจจัยบวกที่เด่นชัด ทั้งปัจจัยต่างประเทศและในประเทศ ด้านต่างประเทศ ข่าวเรื่องการปรับขึ้นดอกเบี้ยสหรัฐฯคอยกดดันเป็นระยะๆ ก่อนปรับขึ้นจริง 3-6 เดือน ส่วนปัจจัยในประเทศ ยังรอข่าวเรื่องการเร่งใช้จ่ายจากภาครัฐ และผลสะท้อนข่าวดีเรื่องยกเลิกกฎอัยการศึก ได้รับรู้ไปพอควรแล้ว จากนี้ไปต้องรอพิจารณาการใช้มาตรา 44 ว่าจะสัมฤทธิ์ผลขนาดไหน คาดว่าตลาดฯยังให้ความสนใจตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรที่จะทราบผลคืนนี้นายปัญญา นิรันดร์กุล โครงสร้างการถือหุ้นก่อนการซื้อขาย Big Lot มีหุ้นจำนวน 92,352,600 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 30.99% และภายหลังการซื้อขายBig Lot คงเหลือหุ้นจำนวน 77,352,600 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 25.95% โดยหุ้นที่จำหน่ายออกจำนวน 15,000,000 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 5.03%“บิ๊กซีช้อปปิ้งออนไลน์” มอบโปรโมชั่นสุดพิเศษฉลองครบรอบ 27 ปีEVER เปิดขายบ้านเดี่ยวโครงการ “ ซิลเวอร์เลค พาร์ค” เฟส 2“รพ.ธนบุรี” จัดแพ็คเกจวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มผู้ถือหุ้นรายย่อยบริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ NMGได้เข้ายื่นหนังสือกับน.ส.กนกวรรณ เข็มมาลัย ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และน.ส.ณัฐญา นิยมานุสร ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เรื่องการขอให้คณะกรรมการบริษัท NMG จัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นภายใน 1 เดือนตั้งแต่มีการยื่นหนังสือไปเมื่อวันที่ 19 มี.ค. 2558 แต่ผู้บริหารของ NMG ยังไม่ได้ทำการใดๆ ตามที่ร้องขอLALIN สร้างรอยยิ้มแก่ลูกค้าฉลอง 34 ปี ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานตัวเลขทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของไทย วันที่ 27 มี.ค.58 อยู่ที่ 157.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จากวันที่ 20 มี.ค.58 ที่ 155.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะเดียวกันฐานะฟอร์เวิร์ดสุทธิของไทย วันที่ 27 มี.ค.58 อยู่ที่ 19.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อเทียบกับวันที่ 20 มี.ค.58 อยู่ที่ 20.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ、ถึงแม้ว่าโอกาสในการปรับลดลงของอันดับเครดิตและหรือแนวโน้มอันดับเครดิตของบริษัทจะมีจำกัดในระยะ 12-18 เดือนข้างหน้า แต่หากมีปัจจัยที่จะส่งผลกระทบต่อผลประกอบการทางการเงินและคุณภาพเครดิตโดยรวมของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญเกิดขึ้น เช่น ส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น หรือคุณภาพสินทรัพย์ที่ถดถอยลง เป็นต้น อันดับเครดิตและหรือแนวโน้มอันดับเครดิตของบริษัทก็อาจปรับลดลงได้TEAMG บรรยายเรื่องภัยแล้งVGI โดดเด่นคว้ารางวัล “ASEAN’S TRANSFORMATION CHAMPIONS”ในครั้งนี้บริษัทถือว่าได้รับการตอบรับจากนักลงทุนอย่างดีจนเกินคาด โดยครั้งนี้เป็นปีที่ 2 ที่บริษัทเข้าร่วม Roadshow กับเมย์แบงค์กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ซึ่งมีทั้งนักลงทุนรายเดิมที่เคยเข้าพบแล้ว และรายใหม่ที่ขอเข้าพบบริษัท รวมกันมากกว่า 30 กองทุน โดยในปีนี้บริษัทมีแผนงานนักลงทุนสัมพันธ์ที่จะให้ข้อมูลความน่าสนใจในการลงทุนของบริษัทให้มากขึ้นทั้งในและต่างประเทศ。

The environmental limits on China’s current road of economic growth will become increasingly apparent over the next five years, prompting policymakers to either change direction or brace for a nasty collision.

China’s Challenges: Environment
Credit: Leo Fung

The environmental limits on China’s current road of economic growth will become increasingly apparent over the next five years, prompting policymakers to either change direction or brace for a nasty collision.

Their ability to do so will depend on what they are driving—which remains open to question. For all the talk of the ‘Chinese model,’ nobody can seem to agree whether it’s a juggernaut or a jalopy.

From a purely economic perspective, it looks very much like a juggernaut. Having overtaken Japan and still motoring along at double-digit pace with a fifth of the world’s population on board, the speed and size of China’s GDP is awe-inspiring. But from an environmental viewpoint, it more closely resembles a jalopy—belching fumes, wasting fuel and constantly in need of a radiator refill.

Over the past five years, China has become the world’s biggest energy consumer and greenhouse gas emitter. Its longstanding problem of water scarcity in the north has been compounded by pollution, overuse and drought, to leave an accumulated deficit of more than 200 billion cubic meters.

These problems show no signs of abating without an overhaul. On the latest trends of population growth, rising affluence and energy use, the emissions of the average person in China will surpass those of Europeans within five years and Americans within 10. Demands for water, energy, food and almost every other resource will also intensify, despite warnings that they are already beyond sustainable levels.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Until now, Beijing has managed to avert a crisis with a series of supply-side solutions to provide more water and fuel, while tinkering with the engine mid-drive.

It has embarked on the world’s biggest hydro-engineering project—the South-North Water Diversion Project—to channel rivers to the dry north. It has intensified diplomatic and trade efforts to secure coal, oil, timber and other resources in Australia, Africa and South America—adding to the competitive pressures with the United States. And it has boosted the efficiency of its industrial sector by investing heavily in new power plants and renewable energy.

The upgrade to a sleeker, low-carbon economy is an expensive and difficult task that is a long way from completion, but China appears ready to pay. Last year, it invested $34 billion in ‘clean technologies’ compared to the United States’ $18 billion, according to the World Resources Institute. The two biggest alternative energies—hydro and nuclear—will see a rapid expansion over the next decade, though they too have an environmental cost. Wind energy generating capacity is growing fast (China became number one in this field too last year), but more than a third isn’t yet connected to the grid. Development of solar power, eco-cities and electric vehicles has even further to go, but the government has committed considerable funds to realise these goals.

It has been far less willing to implement demand-side constraints, which is understandable given the relatively low living standards in China compared with developed nations and the fear of social instability if growth slows. Where it has been forced to impose limits—on pollution control—results have been mixed due to corruption, poor governance and the often conflicting goal of economic expansion. Given this background, the Politburo has preferred to set ‘intensity’ targets—for example on energy and carbon emissions—that are pegged to GDP.

But there are signs that this may be changing as the environmental road grows more bumpy, crowded and dry.? Beijing recently imposed its first restrictions on car ownership, cutting new registrations by more than two-thirds to alleviate traffic and pollution problems. Last month, state planners said China would impose a cap on annual water consumption of 670 billion cubic metres, as well as doubling spending on conservation and efficiency measures over the next 10 years.

In the next five-year economic plan—due to be unveiled in March—the government will also introduce pollution reduction targets for nitrogen oxide and ammonia in addition to the existing goals for sulphur dioxide and chemical oxygen demand. Along with a proposed environmental tax, this is likely to add to the costs of industry, but it should mean that China’s notorious smogs finally start to dissipate.

To the frustration of many trade partners—particularly Japan and the United States—the government is also limiting exports of rare earths used in high-tech manufacturing. This is partly justified on environmental grounds—the mining is dirty and China no longer wants to be a supplier of primary resources—but largely because it wants to move up the value chain by keeping those metals for production of home-made technology.

A still cleaner shift of direction, however, would entail an overall target to limit energy use—and by association set a peak for carbon emissions. This radical step is still being debated by five-year planners, who are trying to reduce China’s dependency on coal, which is the main source of greenhouse gas and acid rain, as well as being a blight on agricultural land and river systems. For all its investment in clean technologies, China remains addicted to this dirtiest of fossil fuels, which still supplies 77 percent of the nation’s energy.

Limiting the use of this primary fuel is essential for China and the world. Without this change, there can be no transition from carbon-burning jalopy to high-tech juggernaut and the drivers of the economy will find it harder to maintain control.

Easing off the accelerator now will be far easier than slamming the brakes later on.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Jonathan Watts is the Guardian’s Asia environment correspondent and author of ‘When a Billion Chinese Jump: How China Will Save the World – or Destroy It.’