The Debate

เงินฟรี แอพพลิเคชั่นเกมยิงปลาบนมือถือ: The Debate on U.S.-China Relations: Make Room, Make Way, or Make Hay

diana gameplay,แนวโน้มภาคบ่าย: ผันผวนอิงทางบวก SAWAD ราคาทำจุดต่ำที่ยกตัวขึ้น ล่าสุดพักตัวอยู่ในช่องคู่ขนาน และดีดตัวจากแนวรับขอบล่าง ปิดเหนือเส้นค่าเฉลี่ย และทะลุผ่านช่องคู่ขนานขึ้นมาด้าน MACD วกตัดเหนือค่าเฉลี่ยตัวเอง และทำท่าจะขึ้นสู่แดนบวกสะท้อนโอกาสที่ราคาจะแกว่งตัวขึ้นต่อTTA ความเห็นเริ่มเดินหน้าด้วยสัญญาณหนุนจากเครื่องมือตัวหลักๆ มีโอกาสทดสอบ EMA-75 วัน เก็งกำไร แนวรับ 10.20 แนวต้าน 11.00-11.20 Cut loss 10.00 บ.โครงสร้างหนี้ของบริษัทอยู่ในระดับค่อนข้างสูง โครงสร้างเงินทุนของบริษัทปรับตัวดีขึ้นหลังจากได้รับเงินเพิ่มทุนจากการระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ในช่วงปลายปี 2557 อัตราส่วนเงินกู้รวมต่อโครงสร้างเงินทุนปรับตัวดีขึ้นจาก 79.7% ในปี 2555 มาอยู่ที่ระดับ 58.8% ในปี 2557 ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2558 อัตราส่วนเงินกู้รวมต่อโครงสร้างเงินทุนยังคงอยู่ในระดับสูงที่ 61.7% จากระดับสินค้าคงเหลือหลังจากช่วงฤดูกาลหีบอ้อย อัตราส่วนเงินทุนจากการดำเนินงานต่อเงินกู้รวมของบริษัทปรับตัวดีขึ้นเป็น 13.18% (ปรับอัตราส่วนให้เป็นตัวเลขเต็มปีด้วยตัวเลข 12 เดือนย้อนหลัง) ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2558 จาก 11.95% ในปี 2557 เนื่องจากการปรับตัวดีขึ้นของอัตรากำไร อัตราส่วนกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่ายต่อดอกเบี้ยจ่ายของบริษัทเพิ่มขึ้นเป็น 5.8 เท่าในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2558 จาก 4.2 เท่าในปี 2557 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้นบริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ณ เวลา 10.47 น. ราคาอยู่ที่ 8.60 บาท บวก 0.90 บาท หรือ 11.69% สูงสุดที่ 8.65 บาท ต่ำสุดที่ 7.85 บาท มูลค่าซื้อขายที่ 290.85 ล้านบาท ขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยโดยรวมบวก 1.11%นอกจากนี้ ราคาน้ำมันก็ปรับตัวขึ้นมากด้วย ทำให้หุ้นในกลุ่มพลังงานในเช้านี้ปรับตัวขึ้นนำตลาดฯ และเชื่อว่าตลอดวันนี้ดัชนีฯน่าจะยืนเหนือระดับ 1,400 จุดได้ พร้อมให้แนวรับ 1,400 จุด ส่วนแนวต้าน 1,425 จุด กระทรวงพาณิชย์ อยู่ระหว่างดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.การส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักร เพื่อให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ.ศุลกากร ในการอำนวยความสะดวกทางการค้า พันธกรณีระหว่างประเทศ และสถานการณ์การค้าในปัจจุบัน รวมทั้งรองรับการก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนKTB/17.50ทั้งนี้ GUNKUL ได้ออก GUNKUL-W รวมจำนวนทั้งสิ้น. 91,660,373 หน่วย ซึ่งจัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมจำนวน 2 หุ้นเดิมต่อใบสำคัญแสดงสิทธิ 1 หน่วย มีอายุการใช้สิทธิเป็นระยะเวลา 2 ปี นับตั้งแต่วันที่ออกใบสำคัญแสดงสิทธิ (วันที่ 1 ต.ค.58) ราคาการใช้สิทธิของวอร์แรนต์เท่ากับ 27 บาทต่อหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท กำหนดให้ใช้สิทธิตามวอร์แรนต์ได้ทุกสิ้นไตรมาส โดยครั้งแรกคือวันที่ 30 ธ.ค. 2558 และวันกำหนดการใช้สิทธิครั้งสุดท้ายจะตรงกับวันที่ 29 ก.ย. 60 (เนื่องจากวันที่ 30 ก.ย.60 เป็นวันหยุดทำการ) ซึ่งคาดว่าจะได้เงินจากการใช้สิทธิแปลงสภาพประมาณ 2,475 ล้านบาท ถือเป็นเงินทุนที่เพียงพอต่อการขยายธุรกิจและน่าจะทำให้ผลการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทฯ ขยายตัวได้อย่างแข็งแกร่งยิ่งขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ SPALI ตั้งเป้าปี 59 รายได้โตกว่า 15% จากปีนี้ 2.2 หมื่นลบ.,สำหรับหุ้นที่ลงแรงประจำวันนี้ (9 ต.ค.) ได้แก่、ลงทะเบียนฟรี คาสิโน ออนไลน์ ได้เงินจริง、สำหรับแนวโน้มผลการดำเนินงานในปี 2558 คาดว่ารายได้จะเติบโต 5 % และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามเป้าหมาย เนื่องจากจะเริ่มรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศญี่ปุ่น โครงการแรกที่จะจ่ายไฟฟ้า 8-12 เมกะวัตต์ โดยจะเริ่มทยอยเปิดเดินเครื่องตั้งแต่ไตรมาส 2/59 สำหรับเงินให้สินเชื่อรวมของกลุ่มทิสโก้ ณ วันที่ 30 ก.ย.58 มีจำนวน 237,259.74 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 4.8 จากไตรมาสก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากการตัดหนี้สูญของ SSI UK ภายหลังจากการตั้งสำรองเต็ม 100% ทั้งจำนวนตามเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทยในขณะเดียวกัน สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ ยังคงอ่อนตัวตามการปรับตัวเข้าสู่ภาวะสมดุลย์ของตลาดรถยนต์ภายหลังจากมาตรการรถคันแรก ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาทั้งสิ้น 2-3 ปี หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs) ปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 2.86% เป็น 3.30% จากการจัดชั้นลูกหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ของ SSI จำนวน 821 ล้านบาท ซึ่งมีการตั้งสำรองเต็มโดยหักหลักประกันตามเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทยGUNKUL ประกอบธุรกิจเป็นผู้ผลิต จัดหา และจัดจำหน่ายอุปกรณ์สำหรับระบบไฟฟ้า และอุปกรณ์สำหรับระบบพลังงานทดแทน ธูรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน และธุรกิจก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน ดาวโจนส์ปิดบวก ตลาดคาดเฟดยังไม่รีบขึ้นดอกเบี้ยFollow Buy เล่นสั้นๆเหนือ 78.00 บาทด้านกราฟของ LIT มีรูปทรงที่ดูง่าย สังเกตจาก Stoch ที่มีความชัดเจนด้านสัญญาณซื้อในรอบที่ 3 นี้ โอกาสดีดตัวขึ้นตามแรงเหวี่ยง มีเป้าหมายการขึ้นตามขั้นบันไดที่ 9.50 บาท ฟอร์มแบบนี้ต้องจัดกันซะหน่อยแล้ว ตลท. จับ LIVE ขยายช่วงเวลาเข้ามาตรการสกัดหุ้นร้อน เริ่มสัปดาห์หน้า、GPSC ซื้อ ราคาหุ้นดีดฟื้นตัวขึ้นผ่านแนว Downtrend Line ระยะกลางขึ้นไป พร้อมปริมาณการซื้อขายสนับสนุน เครื่องมือ MACD พุ่งชี้ขึ้นใกล้เป็นบวก เป็นจังหวะซื้อเก็งกำไร มีแนวต้านแรกที่บริเวณ 23.50 บาท ผ่านได้มีต้านถัดไปที่ 24.00 บาทราคาปิด 17.60 ตัดขาดทุน 17.10ANAN (ราคาปิดภาคเช้า 4.02)หุ้นกลุ่มสื่อสารโทรคมนาคม นำโดยหุ้นเทเลโฟนิกา หลังจากทางการอังกฤษได้แสดงความกังวลว่า การที่เทเลโฟนิกาประกาศขาย O2 ซึ่งเป็นธุรกิจในเครือนั้น อาจจะส่งผลให้ธุรกิจสื่อสารซบเซาลง ขณะที่หุ้นดอยช์ แบงก์ ปรับตัวลง 1.8%。

มาตรการกระตุ้นอสังหาฯหนุน SET สัปดาห์หน้าไปต่อตลาดหุ้นโตเกียวปรับตัวขึ้นตามตลาดหุ้นสหรัฐและยุโรป หลังจากรายงานการประชุมประจำวันที่ 16-17 ก.ย.ของเฟดส่งสัญญาณว่า คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟดตัดสินใจเลื่อนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยออกไป ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจทั่วโลก แนวต้าน : 8.55 และ 8.60ตลาดหุ้นโตเกียวปรับตัวขึ้นตามตลาดหุ้นสหรัฐและยุโรป หลังจากรายงานการประชุมประจำวันที่ 16-17 ก.ย.ของเฟดส่งสัญญาณว่า คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟดตัดสินใจเลื่อนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยออกไป ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจทั่วโลก,ราคาหุ้น บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ปิดตลาดวันนี้ราคาอยู่ที่ 9 บาท บวก 1.30 บาท หรือ 16.88% สูงสุดที่ 9.10 บาท ต่ำสุดที่ 7.85 บาท มูลค่าซื้อขายที่ 893.83 ล้านบาททั้งนี้ นักลงทุนจำนวนมากมองว่าเฟดอาจจะยังไม่รีบปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ หลังจากรายงานการประชุมนโยบายการเงินของเฟดประจำวันที่ 16-17 ก.ย. ระบุว่า เจ้าหน้าที่เฟดมีความวิตกเกี่ยวกับเงินเฟ้อที่ยังคงค่อนข้างต่ำ และเศรษฐกิจสหรัฐอาจจะยังไม่แข็งแกร่งพอที่จะรับมือกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้า ซึ่งบ่งชี้ว่าเฟดอาจชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยออกไปเป็นปีหน้าอันดับเครดิตมีโอกาสปรับเพิ่มขึ้นได้ หากบริษัทมีกระแสเงินสดคงที่มั่นคงเพิ่มขึ้นจากธุรกิจไฟฟ้า ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนของราคาน้ำตาล การปรับลดอันดับเครดิตสามารถเกิดขึ้นได้ในกรณีที่ราคาน้ำตาลตกต่ำอย่างต่อเนื่องจนส่งผลให้อัตรากำไรจากการดำเนินงานของบริษัทลดลงเป็นระยะเวลานาน นอกจากนี้ การลงทุนจำนวนมากก็เป็นปัจจัยลบต่ออันดับเครดิตของบริษัทด้วยเช่นกัน,BANP28C1601A +37.5% (BANPU +4.5%) Follow Buy เหนือ 275.00 บาทเล่นรอบระยะกลางโดย RHB OSK มั่นใจว่าด้วยประสบการณ์ของบริษัทที่มีกว่า 25 ปี ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจร้านค้าปลีกและค้าส่งในจังหวัด เชียงราย ที่มีความต้องการของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง อีกทั้ง การคัดเลือกสินค้าที่วางจำหน่ายครอบคลุมกว่า 15,000 รายการ การบริการ และทำเลที่ตั้งร้านค้าเหมาะสม สนับสนุนให้ธนพิริยะเป็นร้านค้าปลีกที่ครองใจผู้บริโภค ในจังหวัดเชียงรายมา โดยตลอดโดยดัชนี FBMKLCI ตลาดหุ้นมาเลเซียปิดภาคเช้าที่ 1,704.82 จุด ลดลง 1.72 จุด, -0.10% ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดเช้าพุ่ง 3.4% แตะ 3,290.62 ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงปิดภาคเช้าที่ 22,763.43 จุด เพิ่มขึ้น 304.63 จุด, +1.36% สรุปซื้อขายกระดานรายใหญ่วันนี้ GUNKUL มูลค่าสูงสุด 945.65 ลบ.แนวรับ: 45.5 +/-ความกังวลที่มีต่ออัตราเงินเฟ้อในระยะใกล้ ประกอบกับข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐที่อ่อนแอในช่วงที่ผ่านมา ได้สกัดกระแสคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในสิ้นปีนี้ ขณะที่บรรดานักวิเคราะห์ระบุว่า มีนักลงทุนจำนวนมากขึ้นที่เชื่อว่าเฟดจะไม่มีการปรับขึ้นดอกเบี้ยจนกว่าจะถึงต้นปี 2559 ซึ่งเป็นปัจจัยที่กดดันค่าเงินดอลลาร์โดยมีปัจจัยถ่วงในเรื่องการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่เป็นไปอย่างล่าช้าเนื่องจากได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว โดยล่าสุดกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้เปิดเผยรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลก (WEO) ว่า ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในปีนี้สู่ระดับ 3.1% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เกิดวิกฤตการเงินในปี 2009 โดยลดลง 0.2% จากตัวเลขคาดการณ์ครั้งก่อนและต่ำกว่าการขยายตัวในปีที่แล้วที่ 3.4%ทั้งนี้ จะมีการบรรยายภาพรวมการดำเนินการประมูลคลื่น 900 MHz การเตรียมการก่อนยื่นคำขออนุญาต ข้อแนะนำการจัดทำเอกสาร ภาพรวมเอกสารหลักฐาน รวมถึงวิธีการกรอกและเตรียมเอกสาร ซึ่งหลังจากวันประชุมชี้แจงการกรอบคำขอในวันนี้แล้ว ผู้ที่สนใจเข้าร่วมการประมูลยังสามารถมารับเอกสารคำขอรับใบอนุญาตได้จนถึงวันที่ 21 ต.ค.58, (2) งานก่อสร้างสถานีรถไฟระดับพื้น 18 สถานี และป้ายหยุดรถไฟ 7 แห่ง และสถานีรถไฟยกระดับ (สถานีขอนแก่น) 1 สถานีAOT 。

Three recent papers attempt to look at the next stage of the world’s most important relationship.

The Debate on U.S.-China Relations: Make Room, Make Way, or Make Hay
Credit: The White House

The Asia security field is a crowded one these days, and that is a good thing. The region is confronting a number of destabilizing threats: disputes over islands in the South and East China Seas, weak governance in several Southeast Asian nations, and continuing?uncertainty over North Korea’s intentions and capabilities, among others. All are long-term, ongoing challenges, and the more ideas that get out there about how to manage these issues, the better.

No issue gets as much attention, however, as the U.S.-China relationship and what it means for regional security. For most, it boils down to whether the era of U.S. primacy is over. If it is, what should the next stage look like and how does China fit in? If not, how does the United States preserve its role as the fundamental security guarantor in the region and how does China fit in?

Three recent, thoughtful reports/papers attempt to address this question: the first, “Revising U.S. Grand Strategy Toward China”?by my CFR colleague Robert Blackwill and Carnegie Endowment scholar Ashley Tellis; the second, “The Future of U.S.-China Relations Under Xi Jinping: Toward a New Framework of Constructive Realism for a Common Purpose”?(pdf)?by former Australian Prime Minister Kevin Rudd; and the third, “Beyond American Predominance in the Western Pacific: The Need for a Stable U.S.-China Balance of Power”?by Carnegie Endowment scholar Michael Swaine. Each adopts a different approach and arrives at different conclusions, although the Rudd and Swaine analyses are largely compatible. Blackwill and Tellis explicitly seek to develop a roadmap for continued U.S. primacy in the Asia Pacific. Rudd and Swaine, in contrast, argue that such an effort is unrealistic, even harmful, given the realities of U.S. commitments and domestic politics, as well as China’s intentions and growing capabilities. Both Rudd and Swaine seek to have the United States and China sacrifice near-term interests for a longer-term greater good. However, Rudd places a much greater burden of compromise on the United States, while Swaine is more even-handed in his call for accommodation by both sides.

I was most eager to read the Rudd report. I have heard the former prime minister speak on a number of occasions and have always been impressed by his insights. In his report, Rudd assumes the role of peacemaker—trying to bridge the gap between the “private or semi-private narratives each side [the United States and China] may have about the other.” Although ostensibly designed to speak equally to Chinese and U.S. policymakers, the report is, for the most part, designed for a U.S. audience—explaining China and the Chinese perspective to Americans and offering recommendations for Washington.

Rudd’s argument is premised on his belief that Chinese President Xi Jinping is someone with whom the United States can work, that he is prepared to take calculated risks, and that there is now a window in China for Washington and Beijing to strike a grand bargain. According to Rudd, it is up to the United States to use this space as creatively as possible, while it lasts. While this is an appealing narrative, the report does not make?clear why Rudd believes this. Rudd also leaves the reader hanging when he asserts that China will become a more active participant in the reform of the global rules-based order and that it will bring a “new, forthright Chinese voice in the world.” It would have been helpful had the prime minister explained whether this voice will mean more Air Defense Identification Zones or more Asian Infrastructure Investment Banks or both. The implications for the region are vastly different.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

There are also some off-putting notes. Rudd begins by announcing that the Chinese economy will continue to thrive, noting: “Sorry, but on balance, the Chinese economic model is probably sustainable.” It is an awkward pronouncement that assumes that Americans want the Chinese economy to fail—something very few Americans, in fact, desire. (What Americans do want is a thriving Chinese economy that offers a fair and open trade and investment environment.)

While bold and fun to read, Rudd’s analysis of Xi’s presidency and the potential for significant new cooperation with the United States—should only the United States?seize the moment—ultimately falls short because it is difficult to find the evidence to support it. Xi may well have the political capital to strike a grand bargain, but Rudd’s faith in him notwithstanding, it remains unclear that he wants one.

The lack of demonstrable Chinese interest in a more accommodating regional security posture makes me initially sympathetic to the dominant theme of the Blackwill and Tellis report. As Blackwill and Tellis note, the current Chinese leadership has offered little indication—either in words or action—that it does not have as its endgame supplanting the United States as the regional hegemon. However, the report adopts such an uncompromising stance on any potential for the United States and China to find common ground that it loses me along the way. There is a built-in assumption that China necessarily wants to supplant the United States—not simply this regime at this moment in time. Such a deterministic understanding of Chinese politics and interests ignores ongoing debates within the country and the potential for new understandings to emerge

The recommendations (as in the Rudd report) run several pages, and for the most part, they represent a coherent strategy for the United States. Blackwill and Tellis have flipped the current hedging strategy from its emphasis on engagement with limited containment to containment with limited engagement. Much paper is devoted to strengthening military and economic ties with our allies. Still, it is difficult to understand, at times, how the containment and engagement will all work together—for example, “agreeing on enhanced security confidence-building measures between the two sides” while the United States establishes a new technology-control regime and levies an across-the-board tariff on Chinese economic goods in response to Beijing’s cyberattacks. Whatever its weaknesses, however, the report raises appropriate alarm bells concerning the challenge that many current Chinese economic and security behaviors pose for U.S. interests and the necessity of addressing them directly.

Ultimately, I thought the quietest piece—the one released with the least fanfare—was the most thought-provoking and compelling. Swaine offers a reasonably even-handed assessment of both the U.S. and PRC perspectives and tackles head on the problem that Beijing and Washington have concerning “clashing assumptions and beliefs about the requirements for continued order and prosperity in Asia.” He also identifies several very specific areas for potential cooperation, including the Korean Peninsula, Taiwan, and the management of maritime territorial disputes, and then proceeds to lay out how actual progress might be realized through various trade-offs. For example, he suggests that the United States halt arms sales to Taiwan in return for credible assurances by Beijing that it will not use force against Taiwan (except in the case of a dejure declaration of independence) and acceptance that unification would be peaceful and must involve the consent of people of Taiwan. One can agree or not with all of Swaine’s analysis or prescriptions, but in a much shorter piece, he takes the reader deeper and farther into understanding the challenges at hand and the potential roadmap for resolution.

Elizabeth C. Economy is?C.V. Starr Senior Fellow and Director for Asia Studies at the Council on Foreign Relations. She is an expert on Chinese domestic and foreign policy and U.S.-China relations and author of the award-winning book,?The River Runs Black: The Environmental Challenge to China’s Future.?This post appears courtesy of?CFR.org?and?Forbes?Asia.