China Power | Environment | East Asia

โปร 918kiss1️⃣LOOK618: China Will No Longer Be a Developing Country After 2023. Its Climate Actions Should Reflect That.

playclub casino,โดยผลการดำเนินงวด 3 เดือนขาดทุนเพิ่มขึ้น เนื่องจากบริษัทมีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น หลังการแข็งค่าของค่าเงินสิงคโปร์ดอลลาร์จากการกู้ยืมเงินเป็นเงินสิงคโปร์ดอลลาร์ และบริษัทมีกำไรจากการขายที่ดินและบ้านลดลงสัญญาน้ำมันดิบร่วงลงเนื่องจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ทำให้นักลงทุนลังเลที่จะเข้าซื้อ โดยการแข็งค่าของดอลลาร์ทำให้สัญญาน้ำมันดิบซึ่งซื้อขายในรูปสกุลเงินดอลลาร์นั้น มีราคาแพงขึ้นและไม่น่าดึงดูดใจสำหรับนักลงทุนที่ถือสกุลเงินอื่นๆได้แก่ เดอะ เบส พาร์คอีสต์ สุขุมวิท77, ดีคอนโด แคมปัส รีสอร์ท บางแสน, ดีคอนโด โคโค่ สุราษฏร์ธานี,เดอะ เดค ป่าตอง ภูเก็ต และ บ้านไม้ขาว ภูเก็ต จากเป้าการส่งมอบโครงการคอนโดมิเนียมทั้งหมด 17 โครงการในปีนี้ ซึ่งจะทยอยโอนที่อยู่อาศัยคุณภาพให้แก่ลูกค้าตามแผนงานอย่างต่อเนื่อง โดยจะเริ่มโอนโครงการเดอะ เบส พาร์คอีสต์ สุขุมวิท77 ในเดือนกันยายนนี้ ซึ่งคาดว่าจะทำให้บริษัทสามารถสร้างรายได้จากการโอนตามเป้าหมาย 36,000 ล้านบาทตามที่ตั้งไว้ HFT ผลประกอบการทยอยประกาศออกมาต่อเนื่อง หาหุ้นที่กำไรเติบโตอย่างมีนัยยะสำคัญไม่กี่บริษัท บางแห่งกำไรออกมาดี แต่ราคาวิ่งรับไปล่วงหน้าแล้วทำให้ไร้ประโยชน์ จึงต้องหันมาหาจอมยุทธ์ฮั่วฟง เจ้าเก่า เพราะผลกำไร Q2 เติบโตระเบิดระดับ 80% แถมในครึ่งปีหลังยังได้ประโยชน์จากค่าเงินอ่อนทำให้การส่งออกยางรถมีมากขึ้น และเมื่อบริษัทเป็นเจ้าใหญ่ด้านน้ำให้ได้เปรียบการแข่งขันอยู่ดี อีกทั้งต้นทุนยางดิบต่ำลงเยอะมาก และราคาน้ำมันที่ลดลงส่งผลบวก กินส่วนต่าง margin ดีกว่าหลายปีที่ผ่านมา จึงคาดหมายไว้ได้เลยว่าผลงานยังคงดีต่อเนื่อง เด็กแนวว่าหุ้นตัวนี้น่าจับตาอนาคตข้างหน้า เพราะนอกจากอัตรากำไรเพิ่มแล้ว ส่วนของทุนแข็งแกร่งมาก หลายคนไม่เคยดูคิดว่าบริษัทน่าจะมีขนาดเล็ก และไม่แข็งแกร่งอะไรนักหนา แต่ถ้าพลิกไปดูโครงสร้างทุนจะเห็นสินทรัพย์สูงถึง 2.5 พันล้านบาท และหนี้สินต่ำฝุดๆ อีกทั้งมีกำไรสะสมมากกว่า 1.1 พันล้านบาท มากมายมหาศาล ดังนั้นฟันธงไว้ได้เลยว่าปันผลจะจ่ายในอัตราสูงไม่น้อยกว่า 4% เนื่องจากไม่มีภาระในการลงทุนเพิ่มขึ้นในปีนี้ เพราะโรงงานใหม่เริ่มผลิตแล้วนั่นเองสัญญาน้ำมันดิบร่วงลงเนื่องจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ทำให้นักลงทุนลังเลที่จะเข้าซื้อ โดยการแข็งค่าของดอลลาร์ทำให้สัญญาน้ำมันดิบซึ่งซื้อขายในรูปสกุลเงินดอลลาร์นั้น มีราคาแพงขึ้นและไม่น่าดึงดูดใจสำหรับนักลงทุนที่ถือสกุลเงินอื่นๆด้านสัญญาณกราฟจะเห็นการดีดตัวขึ้นผ่านเส้นแนวต้านสำคัญที่ 4 บาท ขึ้นไปแล้ว หมายถึงการย้ายฐานของราคาไปยังกรอบที่สูงขึ้นระหว่าง 4.0-4.50 บาท สอดคล้องกับ EPS ในปีนี้ที่คาดว่า 0.45 บาท และถ้าให้ PE 12 เท่าจะได้เป้า 5.50 บาท กราฟดูดีและเป้าพื้นฐานไกล เทคนิคเป็นใจ แนะเก็งกำไรมีวินัยก็แล้วกันบริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NOK รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/58 สิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย.58 (รวมบริษัทย่อย) มีผลขาดทุนสุทธิ 150.1 ล้านบาท หรือขาดทุนสุทธิ 0.24 บาทต่อหุ้น จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีผลขาดทุนสุทธิ 159.62 ล้านบาท หรือขาดทุนสุทธิ 0.26 บาทต่อหุ้นราคาปิด 50.75 แนวรับ 50.5-49.5 , 49-48 แนวต้าน 51.50-52.50CK28C1510A +20.0% (CK +2.0%) AGE คาดยอดขายถ่านหินปีนี้ลดจากปีก่อนที่ 3.45 ล้านตัน。 UNIQ ดี๊ด๊าโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงคืบหน้า Q2 กำไรอื้อซ่ากว่า 150 ลบ. SUSCO เผยกำไร Q2/58 พุ่ง 223% หลังมีรายได้จากบริษัทย่อยเพิ่มขึ้น เงินบาทเปิด 35.18/20 แนวโน้มแข็งค่า รอดูตัวเลขเศรษฐกิจยูโรโซน EASTW เผยกำไร Q2 ลดลง 5% มาที่ 353.07 ลบ. จาก 370.67 ลบ.ทั้งนี้ผลการดำเนินงานดังกล่าวที่กำไรเพิ่มขึ้น เนื่องจากรายได้อื่นในงบการเงินรวมเพิ่มขึ้นจาก 25.46 ล้านบาท เป็น 133.64 ล้านบาท โดยเพิ่มขึ้น 108.18 ล้านบาท หรือ 424.90% เป็นการเพิ่มโดยบริษัทแม่ 52.14 ล้านบาท จากบริษัทย่อยในประเทศ 10.61 ล้านบาท และบริษัทย่อยในต่างประเทศ 45.43 ล้านบาทซึ่งส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นเกิดจากรายได้จากการบริหารงานซึ่งได้รับจากบริษัทย่อยในประเทศอย่างไรก็ดี แม้อุตสาหกรรมยานยนต์ในปีนี้จะชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจ เนื่องจากเศรษฐกิจโลกยังไม่ฟื้นตัวตามที่คาดการณ์ แต่ในแง่ของการเติบโตของบริษัทไม่ได้ชะลอตาม เนื่องจากบริษัทเน้นการผลิตสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มค่อนข้างมาก ซึ่งจะทำให้มีอัตรากำไร (มาร์จิ้น) ดีกว่าการรับจ้างผลิต (OEM),ขณะที่ผลการดำเนินงานช่วง 6 เดือนแรกมีกำไรสุทธิ 138.04 ล้านบาท หรือ 0.19 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 11% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ124.50 ล้านบาท หรือ 0.21 บาทต่อหุ้น、ขณะที่กำไรงวด 6 เดือนที่มีกำไรเพิ่มขึ้น เพราะบริษัทมีรายได้ค่าเช่าและค่าบริการเพิ่มขึ้น ทั้งจากอาคารสานักงานให้เช่า เดอะไนน์ ทาวเวอร์ และอาคารยูนิลีเวอร์ เฮ้าส์ ซึ่งเป็นโครงการในแกรนด์ พระราม 9 ของบริษัทบริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) หรือ SNP ประกาศจ่ายปันผลงวด 1 ม.ค. 2558 ถึงวันที่ 30 มิ.ย. 2558 เป็นเงินสดอัตรา 0.20 บาทต่อหุ้น โดยจะขึ้นเครื่องหมาย XD ไม่ได้รับสิทธิปันผลในวันที่ 26 ส.ค.58 โดยกำหนดจ่ายเงินปันผล 11ก.ย.58ขณะที่นักลงทุนจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในวันนี้ รวมถึงดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนก.ค., การผลิตภาคอุตสาหกรรม-อัตราการใช้กำลังการผลิตเดือนก.ค. และความเชื่อมั่นผู้บริโภคช่วงต้นเดือนส.ค.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกนรวมทั้งยกเลิกสิทธิพิเศษในการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม จำนวนตั้งแต่ 10,000 ลิตรขึ้นไป ระหว่างปตท. กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิงของ กฟผ. โดยมุ่งเน้นให้เกิดการแข่งขัน ความโปร่งใส เป็นธรรมของการค้า และสอดคล้องกับหลักการภายใต้ พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า。

ตัดขาดทุน 47.50 บาท 52.00 บาท Break ได้ข้างบนจะโล่งมากผู้สื่อข่าวรายงานว่า ค่าระวางเรือ (BD)I ปิดวันทำการล่าสุด (13 ส.ค.) ที่ 1,046.00 จุด ลดลง 47.00 จุด หรือ 4.30% สำหรับการซื้อขาย DW ทั้งตลาดวานนี้วอลุ่มค่อนข้างเงียบเหงา หลังจากที่ดัชนีเปิดลบและเคลื่อนไหวในกรอบแคบ แม้จะมีแรงซื้อกลับเข้ามาในช่วงบ่าย อย่างไรก็ตาม SET50 DW ยังมีมูลค่าการซื้อขายสูงถึง 32.9% ของวอลุ่มการซื้อขาย DW ทั้งหมดในตลาด รองลงมาได้แก่ PTT 9.7% AOT 8.1% และ ITD 5.9% โดยสำหรับ DW28 ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ PTT28C1510A PTT28C1601A PTT28P1511A และ ITD28C1512A ตามลำดับ S50U15 / ราคาปิด 908.10 จุด เปลี่ยนแปลง -2.40 จุด,ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวขึ้นเทียบกับสกุลเงินเยนที่ 124.45 เยน จาก 124.22 เยน และเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิสที่ระดับ 0.9770 ฟรังก์ จาก 0.9743 ฟรังก์ ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียปรับลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 0.7359 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7374 ดอลลาร์อีกทั้งในครึ่งปีหลัง เทด้ายังมีโอกาสได้งานจากทั้ง กฟน. กฟฝ. และ กฟภ. รวมมูลค่าอีกราว 1 หมื่นล้านบาท ยิ่งไปกว่านั้นสายธุรกิจนี้ยังมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องของธุรกิจโรงไฟฟ้า โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าพลังงานขยะที่ จ.เชียงใหม่ เตรียมลงนามสัญญากับเจ้าของหลุมขยะในสิ้นเดือนนี้ ส่วนอีก 2-3 จังหวัดใหญ่ๆ ก็อยู่ในระหว่างนำเสนอโครงการ คาดว่าจะสามารถปิดดีลได้ทั้งหมดภายในสิ้นปีนี้,บริษัท มาลีสามพราน จำกัด (มหาชน) หรือ MALEE รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/58 สิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย.58 มีกำไรสุทธิ 82.13 ล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 0.59 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 80.71 ล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 0.58 บาทต่อหุ้น、pgslot allbet1️⃣LOOK618、ขณะที่ผลการดำเนินงานช่วง 6 เดือนแรกมีกำไรสุทธิ 8.19 พันล้านบาท หรือ 2.55 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 12% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 7.33 พันล้านบาท หรือ 2.29 บาทต่อหุ้น。 ขณะที่ผลการดำเนินงานช่วง 6 เดือนแรกมีผลขาดทุนสุทธิ11.35 ล้านบาท หรือขาดทุนสุทธิ 0.005 บาทต่อหุ้น เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 14.57 ล้านบาท หรือขาดทุนสุทธิ 0.008 บาทต่อหุ้นส่วนชื่อย่อหลักทรัพย์เดิม AJP มาเป็นชื่อย่อหลักทรัพย์ใหม่ DCORP และชื่อย่อหลักทรัพย์เดิม AJP-W1 เป็นชื่อย่อหลักทรัพย์ใหม่ DCORP-W1 กำหนดวันที่มีผล 14 ส.ค. 2558 และชื่อบริษัทใหม่ (อังกฤษ) DEMETER CORPORATION PUBLIC COMPANY LIMITEDอย่างไรก็ตาม ในแง่ของความสามารถในการแข่งขันของไทยอาจไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากนัก เนื่องจากค่าเงินในภูมิภาคอ่อนค่าลงในทิศทางเดียวกันอนึ่ง เมื่อวันที่ 11 ส.ค. ธนาคารกลางจีน (PBOC) ได้ประกาศลดค่าเงินหยวนอ้างอิงรายวันลงถึง 1.9% และเปลี่ยนแปลงการกำหนดค่าเงินหยวนอ้างอิงรายวันโดยใช้อัตราปิด ณ สิ้นวันของวันก่อนหน้า ประกอบกับภาวะอุปสงค์และอุปทานของเงินหยวนและทิศทางค่าเงินหลักของโลก ซึ่งได้เปลี่ยนแปลงจากเดิมที่ PBOC มีนโยบายการรักษาระดับค่าเงินหยวนที่ค่อนข้างคงที่ที่ระดับ 6.1 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐฯ แต่ยังคงกำหนดกรอบการเคลื่อนไหวของหยวนไว้ไม่เกิน 2% จากค่าอ้างอิงที่ประกาศ สรุปซื้อขายกระดานรายใหญ่วันนี้ SCC-F มูลค่าสูงสุด 317.41 ลบ.ขณะที่ผลการดำเนินงานช่วง 6 เดือนแรกมีกำไรสุทธิ 3.78 พันล้านบาท หรือ 0.24 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 3.58 พันล้านบาท หรือ 0.23 บาทต่อหุ้น,โดยผลการดำเนินงวด 3 เดือนที่มีกำไรลดลง เนื่องจากบริษัทมีรายได้จากการให้บริการลดลง และค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นเล็กน้อยพร้อมคาดว่าธนาคารจีนจะมีมาตรการที่ตามออกมาคือการอัดฉีดสภาพคล่องผ่านการลดอัตราส่วนเงินทุนสำรองที่กันไว้ที่ภาคธนาคาร (Required Reserve Ratio) อีกประมาณ 1% ในช่วงที่เหลือของปี 58 ธนาคารกลางของประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างธนาคารกลางญี่ปุ่น(BOJ) ยังคงใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายต่อไป แต่ธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)คงไม่ใช่อย่างนั้น。

As China projects its power abroad and readies to join the club of high-income countries, its climate ambitions can no longer hide behind the veil of development.

China Will No Longer Be a Developing Country After 2023. Its Climate Actions Should Reflect That.
Credit: Depositphotos

China will graduate from a middle-income to a high-income country in a few years. Its GDP per capita has grown explosively from $150 in 1978 to $10,000 today and is on course to surpass the World Bank’s high-income country threshold of $12,536 in 2023. Though this may sound like a symbolic change, the impacts on China’s climate ambitions can be far-reaching. This is because global climate change efforts are rooted in countries contributing based on their income level, so becoming a high-income country adds pressure on China.

In U.N. lingo, this concept is called “common but differentiated responsibility.” It means that rich countries must contribute more to fighting climate change because they have polluted for a longer time, as rooted in the “polluter-pays principle.” Conversely, developing countries are allowed to pollute relatively more today to allow prioritization of pressing issues like poverty alleviation. Last year China announced it had eradicated poverty, and a few years from now, it will officially be a high-income country. Consequently, any reason for China to be treated as a developing country on climate ambitions is gone.

Beijing’s past and present rhetoric on climate change stresses that China is a developing country and should contribute accordingly. China used its developing country status to justify not taking on commitments under the Kyoto Protocol in 1997 – and is still doing so today, as voiced by China’s lead climate negotiator, Xie Zhenhua, at the 2020 China-EU High-level Forum on Green Cooperation. This can be directly contrasted to China’s wish to be regarded as a great country, certainly equal to the United States, as voiced at the recent China-U.S. meeting in Anchorage. Based on this self-perceived strength, Xi Jinping himself refers to China as a “responsible great power.” In fact, according to the Chinese government, China is a “responsible” country that is already making great contributions to fighting climate change domestically and abroad, which is a frequently featured talking point in Chinese Communist Party meetings.

In contrast to China’s positive self-assessment, statistics show that the country’s climate performance is falling behind the EU and the United States. The EU and U.S. peaked their emissions in 1979 and 2007 respectively, and both aim to be carbon neutral by 2050. China aims to reach peak emissions by 2030 and carbon neutrality by 2060. While the world is working hard to swiftly reduce emissions, China’s projections show that its emissions will grow by another 10 percent before peaking in 2030. That increase would be more than the total emissions of Germany and France combined. Simultaneously, in terms of emissions per unit of GDP, China emits twice as much as the U.S. and four times more than the EU. For years, China has excused its behavior under the cover of its development needs. However, if China wants to be considered on par with the EU and U.S. in terms of economy and global power, then its climate actions cannot be an exception.

There seems to be little willingness to acknowledge this in Beijing. Most recently, at the 2021 Climate Summit chaired by U.S. President Joe Biden, Xi lauded China as more ambitious than developed countries as the country would go from peak to zero emissions in a much shorter time. Arguing that the EU and U.S. are unambitious because they reduced emissions earlier is not likely to convince many. Another argument is that China’s reduction of CO2 emissions per unit of GDP is itself a great contribution. However, as China started from a very high point, the 48 percent reduction from 2005 to today only gets it to where the EU was in 1990. Similarly, while Xi stresses that China has made important contributions to adopting the Paris Agreement, it is hard to square Beijing’s global climate leadership with its increasing coal consumption domestically. China’s rhetoric suggests that they agree with the principle that with great power comes great responsibility. But their self-assessment of their climate actions as responsible is way off the mark.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

This seems self-defeating, as a low-carbon transition in China is entirely technically and economically possible, as demonstrated in a recent report by Tsinghua University. China already leads the world in annual installations of renewable energy, which could easily be scaled up in the future. Furthermore, for China, as for most other countries, the cost of wind and solar energy is on parity with fossil fuels. In fact, it’s must cheaper if we include the 1 million annual deaths and $106 billion in healthcare costs resulting directly from air pollution. Critically for China’s need for energy security, the country is home to many of the world’s most advanced companies in solar, wind, and hydropower.

As China continues to develop, it must raise its climate ambitions. The first step is for China’s leaders to acknowledge that current climate performance is certainly not that of a “great responsible power.” If China wants to be seen as an equal to the United States and the EU, it must adopt the great climate ambitions that great countries have.